วันนี้ (23 พ.ค.) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) บางส่วนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซเนก้า เข็มที่ 2 ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 7 สถาบันบำราศนราดูร ในวันพรุ่งนี้ ( 24 พ.ค. ) เวลาประมาณ 08.00 น. หลังรับการฉีดเข็มแรก เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2564
ทั้งนี้ เมื่อผ่านขั้นตอนการเฝ้าสังเกตุอาการ 30 นาที นายกรัฐมนตรี จะตรวจเยี่ยมประชาชน ที่มารอรับการฉีดวัคซีน ที่ หอประชุมอัจรา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับการฉีดวัคซีนป้องโควิด-19 ขณะที่ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ จะเริ่มการฉีดวัคซีนทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ
โดยก่อนหน้านี้ ที่ ประชุมศบค.รับทราบแผนการกระจายวัคซีน และแผนการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซเนกา ที่เริ่มเดือนม.ย. 6.3 ล้านโดส ก.ค.-พ.ย. เดือนละ 10 ล้านโดส ส่วน เดือน ธ.ค. 5 ล้านโดส และกำลังจัดหาเพิ่มอีกประมาณ 37 ล้านโดส จากบริษัทจอนสันต์ 10 ล้านโดส ไฟเซอร์ 20 ล้านโดส ชิโนแวค 7 ล้านโดส โดยขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตและส่งมอบวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิต ส่วนแผนการกระจายวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนเข็มแรกในเดือน มิ.ย.-ก.ย. จะถูกกระจายไปยัง พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวม 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี
ขณะที่จังหวัดที่มีแผนเปิดการท่องเที่ยวได้แก่ภูเก็ตก็จะได้รับภายในเดือนมิ.ย. ส่วนจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาดก็จะได้รับภายในเดือนก.ค. รวม 17 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย สงขลา สระแก้ว ตาก มุกดาหาร นราธิวาส ระนอง หนองคาย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และสมุทรสาคร จากนั้นก็จะจัดลำดับไปอีก 55 จังหวัดที่เหลือของประเทศไทยเพื่อกระจายวัคซีนอย่างครอบคลุม
สำหรับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล จะได้เข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ ( 24 พ.ค.) เป็นวันแรก ภายหลังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดการปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลเนื่องจากกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.เป็นต้นมา รวม 25 วันที่งดให้สื่อมวลชน เข้าปฎิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาล.