วันนี้(21 พ.ค.)นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการฉีดวัคซีนแบบวอล์ก อินที่ทำให้ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งกันเองว่า ส่วนตัวตนเห็นใจและเข้าใจพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกนายกรัฐมนตรีเบรก โดยการฉีดวัคซีนแบบวอล์ก อินที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ เมื่อวิเคราะห์ปัญหานี้อย่างละเอียดแล้ว วัคซีนเพิ่งเข้ามาเพียงนิดเดียว ทำให้ประเทศจำเป็นต้องฉีดวัคซีนตามความจำเป็นและตามแผนยุทธศาสตร์ก่อนจะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ในสงครามชีวภาพกับ โควิด-19 ขณะนี้ไทยเรากำลังเป็นฝ่ายตั้งรับ วัคซีนเป็นอาวุธสำคัญที่เราจะใช้รบกับเชื้อโควิด แต่ขณะนี้เรามีวัคซีนน้อย เปรียบเสมือนเรามีกระสุนจำนวนน้อย การยิงกระสุนทุกนัดของเราต้องตรงเข้าเป้า จึงจะชนะในสงครามชีวภาพนี้ได้
นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ต้องฉีดวัคซีนให้คนไทยให้ตรงเป้าตามลำดับความสำคัญ คือ บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี และกลุ่มคนไทยตามแผนยุทธศาสตร์ที่จะส่งผลให้เปิดประเทศและระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้เร็ว รวมถึงกลุ่มที่จะแพร่กระจายโรคได้ง่าย เช่น ภาคการท่องเที่ยว ภาคโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงาน บริษัทห้างสรรพสินค้า สถานบริการต่าง ๆ ขนส่งสาธารณะ พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญฯลฯ รัฐบาลต้องทุ่มวัคซีนภายในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม สู่พื้นที่ กรุงเทพมหานคร(กทม.)อย่างน้อย 5 ล้านคน เพื่อยุติการการระบาดใน กทม.และต้องทุ่มวัคซีนสู่ภาคแรงงานในโรงงาน สำนักงาน บริษัทต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดกลุ่มใหญ่
"หลังเดือนสิงหาคม ถ้าเราฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ครบตามเป้าหมายแล้ว การฉีดแบบวอล์ก อินก็คงจะเป็นไปได้ ผมจึงขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลยุติการตอบโต้กันและหันมาร่วมกันสู้กับวิกฤตโควิดจะดีกว่าและขอเสนอให้พรรคภูมิใจไทยเสียสละเพื่อชาติ เพราะผมเชื่อว่าการหยุด walk in นั้นรัฐบาลมาถูกทางแล้ว"นพ.ระวี กล่าว