นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สาเหตุที่จังหวัดศรีสะเกษ มียอดผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นก็เนื่องจากได้มีการปฏิบัติการเชิงรุก ที่มีเกิดผู้ติดเชื้อในเขตตำบลตูม อำเภอศรีรัตนะ 2 ราย ที่เป็นเหมือนจุดกระจายเชื้อให้มีกลุ่มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ง่าย เพราะในร้านขายของชำประจำหมู่บ้านตำบล ทำให้ผู้ที่มาซื้อของที่ร้านติดเชื้อต่อกันไป และบังเอิญว่าชุมชนนี้เป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ มีครัวเรือนอยู่ราว 1,300 กว่าครัวเรือน ราษฎรอยู่อาศัยราว 5.000 ถึง 6,000 คน ทำให้มีการปฏิสัมพันธ์ มีการสัมผัสกันสูง จังหวัดจึงได้ระดมจัดชุดทีมแพทย์ พยาบาล ลงมาตรวจ Swap ทุกคนทุกคนเรือน ทำให้มียอดการพบเชื้อเฉลี่ยวันละ 10 กว่าคนขึ้นไป เฉพาะใน 7 หมู่บ้าน ตำบลตูม อำเภอศรีรัตนะ นี้ ซึ่งจังหวัดเองก็พยายามที่จะรุกตรวจให้ไวที่สุดเพราะเชื่อว่าถ้าเกิดเจอเร็วเท่าไหร่เราก็จะสามารถกำจัดวงให้แคบวงการแพร่ระบาด เร็วเท่านั้น
ขณะเดียวกันที่มีการสั่งปิดหมู่บ้านตรงจุดนี้ 7 หมู่บ้าน โดยมีทั้งพี่น้องประชาชนรวมทั้งคณะสงฆ์ในจังหวัดศรีสะเกษได้ร่วม บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องใช้ที่จำเป็น รวมทั้งหน้ากากอนามัยน้ำดื่ม โดยจังหวัดก็จะได้นำไปมอบให้ราษฎรที่กักตัวหรือที่โดนปิดหมู่บ้าน เพราะห้ามเดินทางไปไหนมาไหน ก็อาจจะไม่สะดวกในการไปซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภค รวมทั้งร้านค้าในหมู่บ้าน ก็ต้องปิดตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดกระจายเชื้อ ขณะเดียวกันชาวบ้านก็เกิดความวิตกกังวลหมู่ ว่าตนเองจะติดเชื้อไหม จะป่วยไหม ซึ่งตอนนี้ก็ได้ส่งทีมแพทย์ พยาบาล ที่เป็นนักจิตวิทยาเข้าพื้นที่ เพื่อไปพูดคุยปลอบขวัญกันแล้ว ก็คาดว่าอีกไม่นานสถานการณ์จังหวัดศรีสะเกษน่าจะดีขึ้นถ้าสามารถปิดวงการแพร่ระบาดในตำบลตูมแห่งนี้ได้เสร็จ