ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัย อย่าหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว ในลิงค์ที่แนบมากับข้อความหรืออีเมลที่ต้องสงสัย ยก เคสสตาร์บัคส์ที่ให้กรอกแบบสอบถามหลอกให้เงินทุนฟรี แนะ หากให้ข้อมูลไปแล้ว รีบดำเนินการเปลี่ยนรหัสการทำธุรกรรม และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ  โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) กล่าวถึง กรณีที่มีการนำเสนอข่าวสตาร์บัคส์ ประเทศไทย เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อกรอกแบบสอบถามหลอกให้เงินทุนฟรี ว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นการหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกระทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยมิจฉาชีพจะทำการส่งลิงค์เว็บไซต์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือไปให้เหยื่อ ซึ่งบางครั้งอาจจะใช้สถานการณ์ของประเทศในขณะนั้น เช่น โรคระบาด ภัยธรรมชาติ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หมายเลขบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต รหัสความปลอดภัยต่างๆ

เบื้องต้นการกระทำลักษณะดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญา 341 ความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5 เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 7 เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 11 ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ปรับไม่เกิน 100,000บาท และมาตรา 14 (1)โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สนองนโยบายของรัฐบาล และให้ความสำคัญตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ จึงได้กำชับสั่งการให้ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการในการป้องกัน สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน หรือผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ให้ถูกหลอกหลวงจากผู้ที่ฉวยโอกาสในการกระทำความผิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโวคิด 19

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์เตือนไปยังพี่น้องประชาชน พึงระมัดระวังในการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ไม่เปิดลิงค์ที่แนบมาในข้อความ หรืออีเมลที่ต้องสงสัย เพราะอาจจะเป็นเว็บไซต์ปลอมที่เตรียมไว้หลอกเอาข้อมูล ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน อย่างไรก็ตามหากท่านถูกหลอกได้หลงเชื่อให้ข้อมูลไปแล้ว รีบดำเนินการเปลี่ยนรหัสการทำธุรกรรม และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อขอทำการยับยั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป