เนชั่นทีวี

ข่าว

ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

12 พ.ค. 2564 | nisanath_kun

ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

เชียงใหม่ นักวิชาการทำการทดลองเปรียบเทียบคุณสมบัติหน้ากากอนามัย เผยหน้ากากกรองอากาศมีประสิทธิภาพในการกรองสูงสุด เหมาะใช้ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รองมาเป็นหน้ากากอนามัย ขณะที่หน้ากากผ้ามีประสิทธิภาพต่ำสุด เตือนใส่หน้ากากหลายชั้นให้ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคไม่ได้ต่างกับการใส่หน้ากาก 1 ชั้น อาจทำให้หายใจลำบาก




ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด


รศ. ดร. พานิช อินต๊ะหัวหน้าหน่วยวิจัยสนามไฟฟ้าประยุกต์สำหรับงานวิศวกรรมและรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ เปิดเผยว่าจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ทำให้เกิดความต้องการใช้หน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะหน้ากากอนามัยประเภทใช้ครั้งเดียว หน้ากากผ้า และหน้ากากหน้ากากกรองอากาศจึงเกิดการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า  และหน้ากากกรองอากาศ N95มาตรฐานสหรัฐอเมริกา,KN95 มาตรฐานสาธารณรัฐประชาชนจีน   และFFP1 /FFP2มาตรฐานยุโรป ที่มีใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

 

จาการสุ่มเก็บตัวอย่างหน้ากากอนามัยที่วางจำหน่ายทั่วไปในการรระบาดรอบแรก จำนวน 259 ตัวอย่าง ประกอบด้วยหน้ากากอนามัยจำนวน 67 ตัวอย่างหน้ากากผ้าจำนวน 71 ตัวอย่าง และหน้ากากกรองอากาศ N95/KN95/FFP1/FFP2 จำนวน 121ตัวอย่าง และได้สุ่มเก็บตัวอย่างหน้ากากที่มีขายในท้องตลาดช่วงโควิด-19ระบาดรอบสอง จำนวน 119 ตัวอย่าง ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย 39 ตัวอย่าง หน้ากากผ้า26 ตัวอย่าง และ หน้ากากกรองอากาศ N95, KN95,  FFP1และFFP2 จำนวน 54 ตัวอย่าง

 


ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

ทางหน่วยฯได้นำตัวอย่างมาทำการทดสองด้วยวิธีทดสอบมาตรฐานASTM F2299-03เพื่อหาประสิทธิภาพการกรองกับอนุภาคทรงกลมชนิดพอลิสโตรีน ลาเท็กซ์ที่ความเร็วด้านหน้าประมาณ 10.6 cm/s ผลการศึกษาพบว่าในช่วงโควิด-19ระบาดรอบแรกหน้ากากอนามัยจากกลุ่มตัว อย่าง 67 ตัวอย่างมีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคเฉลี่ย 50.50%, ต่ำสุด 2.50%,สูงสุด 95.90% และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 26.34

 

ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

ขณะที่หน้ากากผ้าจากจำนวนตัวอย่าง 71 ตัวอย่าง มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคเฉลี่ย 39.10%,ต่ำสุด 5.93%,สูงสุด 87.55% และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 19.64 และหน้ากากกรองอากาศN95/KN95/FFP1/FFP2 จากจำนวน 121 ตัวอย่าง มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคเฉลี่ย 72.2%,ต่ำสุด 8.92%,สูงสุด 99.97% และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 25.65

และพบว่าในช่วงโควิด-19 ระบาดรอบสองหน้ากากอนามัย จากจำนวนตัวอย่าง 39 ตัวอย่าง มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคเฉลี่ย 71.49%,ต่ำสุด 21.13%,สูงสุด 97.74% และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 22.60,หน้ากากผ้า จากจำนวนตัวอย่าง 26 ตัวอย่าง มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคเฉลี่ย33.85%,ต่ำสุด 7.36%,สูงสุด 78.80% และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 19.01 และ หน้ากากกรองอากาศN95/KN95/FFP1/FFP2 จากจำนวนตัวอย่าง 54 ตัวอย่าง มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคเฉลี่ย 94.61%,ต่ำสุด 65.08%,สูงสุด 99.97% และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 7.32

จากผลการทดสอบทำให้เห็นว่าประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากาก ทั้ง 3 แบบ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบสองที่ค่าเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงการระบาดรอบแรก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นของหน้ากากทั้ง 3 แบบในช่วงโควิด-19 ระบาดรอบสอง เนื่องจากในรอบแรก ยังไม่มีการออกมาควบคุมคุณภาพและวัสดุที่นำมาผลิตเป็นหน้ากากอนามัย แต่การระบาดในรอบที่สอง ได้เข้มงวดเรื่องคุณภาพและวัสดุที่นำมาผลิตหน้ากากเพิ่มมากขึ้น


ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

อย่างไรก็ตามจากการทดสอบหน้ากากอนามัยทั้ง 3 แบบ หน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการกรองมากที่สุด และเหมาะที่จะนำมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการทดสอบหน้ากากอนามัยในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบสอง ได้แก่ หน้ากากกรองกรองอากาศ ในกลุ่มN95 มาตรฐานสหรัฐอเมริกา /KN95 มาตรฐานสาธารณรัฐประชาชนจีน /FFP1/FFP2 มาตรฐานยุโรป ซึ่งค่าเฉลี่ยจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดที่นำมาทดสอบ มีประสิทธิภาพในการกรองร้อยละ 94.61 รองลงมาเป็นหน้ากากอนามัยมีประสิทธิภาพในการกรองร้อยละ 71.49 และ หน้ากากผ้า 33.85 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานการกรองจะต้องมีค่าการกรองอนุภาคได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95

ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

รศ.ดร.พานิช กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีการแนะนำให้สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกรอง ซึ่งสามารถทำได้ แต่การใส่หน้ากากหลายชั้นให้ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคไม่ได้ต่างกับการใส่หน้ากาก 1 ชั้นมาก สิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือค่าความต่างของความดันหรือการต้านการหายใจ ทำให้การใส่หน้ากากหลายชั้นจะรู้สึกอึดอัด ร้อนและหายใจลำบากกว่า

ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด



จากการทดสอบพบว่า ประสิทธิภาพการกรองอนุภาค ของหน้ากากอนามัย มีประสิทธิภาพ ร้อยละ97 หน้ากากกรองอากาศ มีประสิทธิภาพร้อยละ 99.33 หน้ากากผ้ามีประสิทธิภาพร้อยละ 53.88 เมื่อสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น จะมีประสิทธิภาพในการกรองร้อยละ 99.07 ขณะที่สวมหน้ากากกรองอากาศ ทับหน้ากากอนามัย จะมีประสิทธิภาพร้อยละ 99.88 ส่วนการการสวมหน้ากากผ้าทับบนหน้ากากอนามัย จะมีประสิทธิภาพร้อยละ 97.41 ขณะที่สวมหน้ากากผ้า 2 ชั้น จะมีประสิทธิภาพร้อยละ 71.63

ผลทดสอบหน้ากากผ้าประสิทธิภาพต่ำสุดเสี่ยงรับเชื้อโควิด

ทั้งนี้ประสิทธิภาพในการกรองขึ้นอยู่กับความกระชับของหน้ากากขณะที่สวมใส่เป็นหลัก ขณะที่ปัจจุบันเริ่มมีการนำอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับครอบหน้ากากเข้ามาใช้งานจากการทดลองพบว่าที่ครอบหน้ากากด้านนอกจะมีประสิทธิภาพในการกรอง ใกล้เคียงกับหน้ากากกรองอากาศ เนื่องจากไม่มีรอยรั่วบริเวณด้านข้าง จึงเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจใช้หน้ากากอนามัย


ข่าวล่าสุด