นายทรงพล กล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 แม้ล่าสุดวันนี้พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์จะไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ไว้วางใจไม่ได้ เนื่องจากลักษณะการแพร่ระบาดจะเป็นกลุ่มก้อน ในวงจำกัดที่มาจากการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว กลุ่มเพื่อน กิจกรรมกลุ่มพบปะในชุมชน และการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ดังนั้นเพื่อเป็นการยกระดับการป้องกันการระบาดของโรค การกักกันตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จึงเป็นวิธีการสำคัญ มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ออกคำสั่ง จ.กาฬสินธุ์ เรื่อง การกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้มหรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ ที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ซึ่งหากไม่มีผลตรวจต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และหากผลตรวจพบติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพื้นที่ใกล้ที่สุดทันที ทั้งนี้หากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนและไม่มีผลการตรวจ จะต้องกักตัว 14 วัน และรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม.พร้อมดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นหมอชนะ
ในส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นเข้าพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน ผู้มีประวัติไปยังสถานที่พบผู้ป่วย ผู้ที่ประกอบอาชีพเสี่ยง เช่นผู้ประกอบการพนักงานสถานบริการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ที่แสดงคอนเสิร์ต ผับ บาร์ คาราโอเกะ ผู้ค้าขายในตลาด ขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรืออสม. ทุกครั้ง เพื่อคักกรองและประเมินความเสี่ยง