ผู้อำนวยการ รพ.ศรีสะเกษ กำหนดตรวจ swap บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมบรรดาญาติผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ภายในหอผู้ป่วย ตึกอายุกรรมชาย1 ที่สั่งปิดตึกแล้ว ยันต้องให้ครบ 5 วัน หลังสัมผัสผู้ป่วยจึงจะรู้ชัดว่าติดหรือไม่

30 เมษายน 2564 ที่ โรงพยาบาลศรีสะเกษ ภายหลังจากที่ นายแพทย์ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ.รพ.ศรีสะเกษ ได้มีคำสั่งปิดหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย1 หลังจากที่พบผู้ป่วยโรคปอดบวม ถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลชุมชน โดยผู้ป่วยก็ไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อโควิด-19 ได้เข้ามารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ภายในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย1 มาทราบภายหลังว่า เพื่อนที่นั่งทานข้าวด้วยกันที่เดินทางกลับกรุงเทพไปแล้ว ตรวจพบเชื้อ และผลการตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้เสี่ยงสูงของตน ผลออกมาเมื่อค่ำวันที่ 27 เมษายน เป็นผู้ติดเชื้อ จึงทำให้ทาง รพ.ศรีสะเกษ มีคำสั่งปิดหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย1 พร้อมกักตัวบุคลากรทางการแพทย์และบรรดาญาติผู้ใกล้ชิด พร้อมมีกำหนดให้กลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมดตรวจหาเชื้อโควิดแบบ swap ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เนื่องจากต้องรอระยะเวลาในการฟักตัวของเชื้อ และแสดงอาการของโรคอย่างน้อย 4-5 วัน ซึ่งหากนำผู้เสี่ยงสูง มาตรวจทันทีหลังสัมผัสผู้ป่วย ก็อาจจะไม่พบเชื้อ และอาจทำให้ผู้ที่มีเชื้อชะล่าใจในการใช้ชีวิตปกติ โดยอาจจะเป็นผู้แพร่เชื้อได้ในระยะฟักตัว



นายแพทย์ ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ.รพ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นพื้นที่สีแดง เพราะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากการแพร่ระบาดต่อเนื่องมาจากกลุ่มผู้ป่วย แพร่ไปยังกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในครอบครัวเดียวกัน เพราะบางคนเป็นผู้ป่วยแต่กลับไม่แสดงอาการว่าป่วย จึงต้องขอฝากให้ทุกคนได้เฝ้าระวังช่วยกัน ลดการแพร่เชื้อ หากมีการใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วย นั้นหมายความว่า ตนเองอยู่ในกลุ่มเป็นผู้เสี่ยงสูงทันที ต้องมีการกักตัว และแยกตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน ออกจากคนใกล้ชิด อย่างน้อย 14 วัน ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ และบรรดาญาติผู้ป่วย ที่สัมผัสผู้ป่วยในหอผู้ป่วยตึกอายุรกรรมชาย1

ขณะนี้ทางโรงพยาบาล ได้ทำการกักตัวทุกคน เพื่อเฝ้าดูอาการแล้ว และมีกำหนด ที่จะเข้าตรวจหาเชื้อแบบ Swap เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำ ต้องมีการเฝ้าดูอาการก่อน เพื่อรอการฟักตัวของเชื้อโควิดในร่างกาย อย่างน้อย 5 วัน เพราะหากนำตัวเข้าตรวจทันที ภายหลังการสัมผัส ผลอาจจะคลาดเคลื่อนได้ และหากผลออกมาว่ายังไม่พบการติดเชื้อ ก็จะทำให้ผู้ติดเชื้อกลับบ้านไปใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ ก่อนจะรู้ตัวว่าติดเชื้อ หรืออาการป่วยอาจไม่แสดง จนอาการหนักแล้ว จึงรู้ตัวส่าติดเชื้อโรคควิด-19 นั้นก็จะกลายเป็นผู้แพร่เชื้อให้ลุกลาม เป็นบริเวณกว้างได้ จึงได้กำหนดนัดหมายหลังจากสัมผัสผู้ป่วย 5 วัน ในการเข้าตรวจหาเชื้อ จึงจะทราบผลที่ชัดเจนกว่า