คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ขานรับคำสั่งของศบค. ยกระดับเชียงใหม่เป็น"พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด" (สีแดงเข้ม) พร้อมตอบรับ 6 คำสั่งมาตรการบังคับ และควบคุมโรคโควิด-19 ก่อนเริ่มประกาศใช้ 1 พ.ค. 64 ขณะที่สมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอทบทวนคำสั่งห้ามกินในร้าน ชี้กระทบหนักร้านอาหารกว่า 14,000 แห่ง ลูกจ้างอีกนับ 80,000 คน


เชียงใหม่ยกระดับโซนสีแดงเข้ม-ร้านอาหารกระทบหนัก


วันที่ 30 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ได้มีมติให้ยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงใหม่, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ ถูกยกระดับให้เป็น "พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด" (สีแดงเข้ม)และมีมาตรการบังคับและควบคุมโรคโควิด-19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1.ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลมากกว่า 20 คน 2.ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้ซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น โดยงดให้บริโภคในร้าน และเปิดให้บริการถึง 21.00 น. 3.สนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส ให้ปิดให้บริการ ยกเว้นสถานที่เป็นเอกเทศ

เชียงใหม่ยกระดับโซนสีแดงเข้ม-ร้านอาหารกระทบหนัก




ส่วนสนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง เปิดให้บริการได้ไม่เกิน 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชม 4.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดบริการได้ตามปกติจนถึง 21.00 น. โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และงดให้บริการตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม และสวนสนุก 5.ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดบริการได้ตามปกติ แต่ไม่เกิน 23.00 น. สำหรับร้านที่เปิด 24 ชม. ให้เริ่มเปิดดำเนินการ 04.00 น. 6.ให้ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดโรค "อันนี้ไม่ใช่เคอร์ฟิว แต่ถ้าท่านมีเหตุจำเป็น ก็ต้องขอเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจ"



เชียงใหม่ยกระดับโซนสีแดงเข้ม-ร้านอาหารกระทบหนัก


ในเรื่องนี้ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้มีการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ โดยจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าอยู่ในกลุ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม ที่มีอยู่รวม 6 จังหวัด พร้อมทั้งมีการยกระดับมาตรการต่างๆ ขึ้นหลายมาตรการ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่จะได้มีการพิจารณาปรับมาตรการต่างๆให้มีความสอดคล้องกับประกาศของ ศบค. เพื่อเป็นการยกระดับการป้องกันควบคุมโรคในจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนถือปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564
เริ่มแรกจะยังไม่มีระยะเวลาในการใช้บังคับคำสั่ง การเพิ่มหรือลดความเข้มข้นของมาตรการ หรือผ่อนปรนในอนาคต ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จะต้องมีการประเมินในทุกวัน แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะพบผู้ติดเชื้อน้อยลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงไม่สามารถไว้วางใจได้ เบื้องต้นคำสั่งต่างๆของคณะกรรมการโรคติดจังหวัดเชียงใหม่ จะอ้างอิงกับทางศบค. ส่วนจะเพิ่มเติมจากศบค.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะมีการประกาศคำสั่งมาตรการต่างๆ ในเย็นวันนี้

เชียงใหม่ยกระดับโซนสีแดงเข้ม-ร้านอาหารกระทบหนัก


ขณะที่นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหาร และสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าว่า ในวันนี้ ได้ไปยื่นจดหมายเปิดผนึก ถึงนายกรัฐมนตรี กรณีห้ามบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ร้าน ผ่านทางผู้ว่าราขการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม ว่า ทางสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ อยากให้จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทบทวนคำสั่งของศบค. ในส่วนของการห้ามนั่งทานอาหารที่ร้าน เพราะทางสมาคมมองว่าเป็นมาตรการที่รุนแรงเกินไป เพราะในทุกวันนี้ในร้านแทบไม่มีลูกค้าเข้ามานั่ง

เชียงใหม่ยกระดับโซนสีแดงเข้ม-ร้านอาหารกระทบหนัก



ทั้งนี้ คำสั่งนี้จะทำให้เกิดผลกระทบกับร้านอาหารกว่า 14,000 ร้านในจังหวัดเชียงใหม่ และพนักงานอีกไม่ต่ำกว่า 80,000 คน ที่อาจต้องปิดร้าน และถูกเลิกจ้าง ในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มดีขึ้นตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง และในจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่พบการระบาดในคลัสเตอร์ร้านอาหาร แตกต่างจากในกรุงเทพมหานครที่พบในหลายจุด ประกอบกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่ มีการระมัดระวังตัวดีอยู่แล้วตั้งแต่ร้านอาหารขนาดใหญ่ ไปจนถึงร้านเล็กและสตรีทฟู๊ด ถ้ามีคำสั่งออกมาห้ามกินที่ร้าน เชื่อได้ว่าจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างแน่นอน