รมว.ยุติธรรม กำชับเรือนจำทั่วประเทศยกการ์ดสูงสกัดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ขณะที่สถานการณ์ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ยอดผู้ต้องขังติดเชื้อคงที่ 144 คน ด้านรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยโรงพยาบาลสนามรองรับได้กว่า 200 เตียง เช็คอาการผู้ต้องขังป่วยโควิดปกติไม่น่าห่วง มั่นใจควบคุมการแพร่ระบาดได้ หลังล็อคแดนเฉพาะผู้ต้องขังโควิด พร้อมเอ๊กซ์เรย์ปปิดการเข้าออกทุกช่องทาง



เรือนจำกลางเชียงใหม่ยอดติดเชื้อคงที่ 144ราย




           เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการพบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นกลุ่มผู้ต้องขังรับใหม่ จำนวน 144 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คนนั้น ล่าสุด ทางนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ได้สั่งการทุกเรือนจำทั่วประเทศไทย ได้ยกระดับใช้มาตรการสูงสุดในการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ยืนยันว่า ในวันนี้ยังไม่พบตัวเลขผู้ต้องขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ติดเชื้อเพิ่ม และขณะนี้ได้ใช้ประสบการณ์จากเรือนจังหวัดนราธิวาสที่ตอนนี้ตัวเลขเป็น 0 มาทำงานคู่ขนานกับกรมควบคุมโรคในการใช้มาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ หรือBubble & Sealed เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ 


เรือนจำกลางเชียงใหม่ยอดติดเชื้อคงที่ 144ราย



              นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวว่า หลังจากที่ได้ลงพื้นที่เข้าไปที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ พบว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยตามแนวนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยขณะนี้การตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำกลางเชียงใหม่นั้น ได้ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลแม่แตง และโรงพยาบาลนครพิงค์ ในการดูแลผู้ต้องขังรับใหม่ที่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนทั้ง 144 คน ขณะที่โรงพยาบาลสนามที่ตั้งขึ้นมานั้นสามารถรองรับได้มากกว่า 200 เตียง  โดยอาการของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิดนั้นยังปกติดี และไม่มีอาการน่าเป็นห่วง ซึ่งทุกคนอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ และพยาบาลอย่างใกล้ชิด


เรือนจำกลางเชียงใหม่ยอดติดเชื้อคงที่ 144ราย


           ส่วนการบริหารจัดการนั้น ทางเรือนจำกลางเชียงใหม่ได้มีการล็อคแดน 6 ให้เป็นพื้นที่เฉพาะในการดูแลผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด -19 และยังได้มีการแยกกลุ่มผู้ต้องขังตามอาการ  เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลอาการของผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังได้ปิดพื้นที่ของเรือนจำกลางเชียงใหม่ปิดทุกช่องทาง ไม่ให้มีการเข้าออกในระยะนี้ โดยการไปศาลนั้น ได้นำระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์แทนการเดินทางออกไปนอกเรือนจำ ส่วนการเยี่ยมฟผู้ต้องขังนั้นให้ญาติต่อทางวิดิโอคอลทางไลน์ที่ทางเรือนจำเป็นผู้ดูแล รวมไปถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปฎิบัติงานนั้น ก็งดเข้าออกไปนอกสถานที่ และกำชับให้ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19อย่างเคร่งครัด
              ขณะที่ ผู้ต้องขังรับใหม่ที่ต้องเข้ามาในเรือนจำกลางเชียงใหม่นั้น จะมีการคัดกรองอย่างเข้มข้น และแยกกันตัวก่อน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยคาดว่าสถานการณ์ภายในเรือนจำกลางเชียงใหม่นั้นจะกลับมาสู่ภาวะติโดยเร็วที่สุด