รวบสาวเชียงรายทิ้งศพทารก 7 เดือนในห้องน้ำสนามบินดอนเมือง หลังแท้งลูกระหว่างกักตัว หวังจะนำไปเผาที่บ้านเกิด แต่กลัวนำขึ้นเครื่องไม่ได้ จึงก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสอบปากคำ พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยา ก่อนดำเนินการทางกฎหมาย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 เม.ย.มีรายงานว่า พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อดิเรก ทองแกมแก้ว รอง ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ต.วุฒิชัย บุญยู้ สว.สส.สน.ดอนเมือง ร.ต.อ.ภาคิน ดอกไม้ ร.ต.อ.สมโชค คงตำหนิ รอง สว.สส.สน.ดอนเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง ร่วมจับกุม นางสุนิดา คอนโด อายุ 30 ปี ชาว จ.เชียงราย หลังก่อเหตุนำศพทารกเพศชาย อายุในครรภ์ 7 เดือน ทิ้งในถังขยะห้องน้ำหญิงชั้น 3 อาคาร 1 ผู้โดยสารขาออก เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

รวบสาวเชียงรายทิ้งศพทารกวัย 7 เดือน ในห้องน้ำสนามบินดอนเมือง อ้างแท้งระหว่างกักตัว



จากการสอบสวนนางวนัชพร รวยสูงเนิน แม่บ้านทำความสะอาดภายในสนามบิน เปิดเผยว่าเมื่อเวลา 07.20 น. ที่ผ่านมา ขณะทำความสะอาดพบผ้าขนหนูสีขาว ห่อด้วยผ้าสีแดง ทิ้งอยู่ในถังเมื่อเปิดดูพบว่าเป็นศพทารกจึงรีบเรียกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ซึ่งต่อมาตำรวจได้ตรวจกล้องวงจรปิดของสนามบิน พบว่า เมื่อเวลา 05.55 น. พบหญิงต้องสงสัย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขายาวลายจุด ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ขนสัมภาระลงจากรถแท็กซี่ โดยมีกระเป๋าลาก 2 ใบ และถุงพลาสติกสีขาว 1 ใบ เมื่อไล่กล้องวงจรปิด พบว่าหญิงคนดังกล่าวได้เข็นรถเข็นสัมภาระ มีกระเป๋าเดินทางและวางถุงพลาสติกไว้ด้านบน ไปเข้าห้องน้ำที่ชั้น3 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ก่อนจะออกมาโดยไม่ถือถุงพลาสติกออกมาแต่อย่างใด ต่อมาตำรวจทราบว่าหญิงคนดังกล่าวคือ นางสุนิดา เป็นผู้โดยสารของสายการบินไลออนแอร์ ซึ่งกำลังจะเดินทางไป จ.เชียงราย ในเวลา 11.30 น. จึงรีบจับกุมตัวมาสอบสวน ที่สน.ดอนเมือง

นางสุนิดา ให้การว่า มีสามีเป็นชาวญี่ปุ่นและเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้ากักตัวตามขั้นตอนที่รัฐบาลจัดไว้ให้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท โดยการตรวจหาเชื้อโควิด-19 2 ครั้ง ผลออกมาเป็นลบ และจะครบกำหนดกักตัว วันที่ 24 เม.ย.นี้ ซึ่งจะเดินทางต่อไปรับลูกชายคนโตที่ จ.เชียงราย เพื่อไปอยู่ประเทศญี่ปุ่นด้วยกัน โดยก่อนครบกำหนดกักตัว 2 วัน จู่ๆเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และแท้งลูกก่อนกำหนดคลอด ที่ห้องน้ำของโรงแรม เมื่อตรวจดูพบว่าลูกเสียชีวิตแล้วแต่ไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ ตั้งใจจะเอาไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.เชียงราย แต่เมื่อมาถึงสนามบินจึงทราบว่าไม่สามารถนำศพขึ้นเครื่องบินได้ จึงนำลูกมาทิ้งที่ห้องน้ำดังกล่าว

เบื้องต้นตำรวจจะสอบปากคำพร้อม ตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป