"ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่น้อยลำดับท้ายแถวของโลก แถมยังมีการพยายามแก้ตัวว่า เพราะเรามีการะบาดน้อย การที่เราใส่แมสก์ล้างมือเว้นระยะห่างนั้นดีกว่าวัคซีนอีก ทั้งหมดนี้เพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่า "เรามีการจัดการเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด จนแทบจะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ประชาชน"
ระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่มีระเบียบหยุมหยิมและแข็งตัว สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ที่เน้นตรวจตามระเบียบจนส่วนราชการไม่กล้าขยับ สำนักงบประมาณที่เน้นการใช้จ่ายงบตามแผนมากกว่าสถานการณ์และความเป็นจริง กลไกราชการในกระทรวงที่มีขั้นตอนยือเยื้อไม่ทันการณ์ ผู้บริหารก็ติดอยู่ในกรอบการทำหน้าที่ตามระบบระเบียบกฏเกณฑ์จนไม่อาจเผชิญหน้าเท่าทันสถานการณ์วิกฤตได้ การจัดซื้อจัดหาวัคซีนโควิดจึงสะท้อนความล้มเหลวของระบบการบริหารรัฐไทยได้อย่างชัดแจ้ง
นานาประเทศทั่วโลกที่ไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตวัคซีนเอง ยังสามารถจัดหาวัคซีนให้ประชากรของเขาได้ไปมากแล้ว แต่ประเทศไทยนั้นที่เคยคุยโม้ว่า เรามีโรงงานผลิตวัคซีนเองคือ สยามไบโอไซน์ ทำให้ไทยพึ่งตนเองได้ แต่กลับปรากฏว่า เราพึ่งพาได้เพียง sinovac จำนวนน้อยในปัจจุบัน และ AstraZeneca จาก สยามไบโอไซน์ ที่ไม่รู้ว่าเดือนมิถุนายนจะสามารถผลิตวัคซีนล็อตแรกออกมาได้จริงไหม ปริมาณเท่าใด และประสิทธิภาพจะโอเคไหม รวมทั้งข่าวการเจรจากับ Pfizer หรือ เจรจาจัดซื้อวัคซีนสปุคนิกจากรัสเซีย ล้วนยังเลื่อนลอย