จากการสอบสวน นายไพรวัลย์ ให้การรับสารภาพว่าชุดเครื่องแบบตำรวจทั้งหมดเป็นของตนจริง เนื่องจากขื่นชอบและใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ส่วนการที่แอบอ้างตัวเป็นรองอุ้ยนั้นก็เพื่อต้องการให้คนทั่วไปเกรงใจ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับศาลล้มละลายกลาง ติดตัว 1 คดี จากกรณีเช่าซื้อบ้านที่ จ.แพร่ ไว้กับธนาคาร แต่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจากผลพวงเศรษฐกิจซบเซาปี 2554 ไม่สามารถชำระหนี้กับธนาคารได้ จึงถูกฟ้องร้องเป็นคดี
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน "แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ, แต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ กระทำการใดๆ อันทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจ, สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ, มีและใช้เครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่" ก่อนนำตัวส่ง สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป