พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ทางตำรวจ สภ.หนองหาน รับแจ้งมีเหตุชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อในตำบลบ้านเชียง ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก เมื่อเวลาประมาณตีสาม ของวันที่ 16 เมษายน หลังรับรายงานตนจึงสั่งการกำชับเร่งจับกุมตัวคนร้าย ช่วงแรกยอมรับว่ายาก เพราะผู้ต้องหามีพฤติการปิดบังอำพราง ประกอบกับผู้เสียหายเห็นหน้าไม่ชัด ซึ่งต่อมาทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้เข้ามาก่อเหตุจริง โดยปั่นจักรยานมาไกลระยะทางเกือบ 30 กม.จาก อ.สว่างแดน ดินมาถึงบ้านเชียง ที่เหลือเชื่อมาก หลังจับกุมได้ตำรวจได้นำตัวมาสอบสวน และให้การรับสารภาพ โดยในวันก่อเหตุผู้ต้องหามีการเสพยาเสพติดมาด้วย จึงนำตัวแจ้งข้อกล่าวหา และนำชี้จุดเกิดเหตุ
ที่น่าสนใจคือ ที่บ้านเชียงแห่งนี้เป็นมรดกโลก ของประเทศไทย จะมีผู้คนสัญจรไปมาทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ แต่จากสถานการณ์โควิด คนจึงมีไม่มากนัก อย่างไรก็ตามในการสร้างความเชื่อมั่นศรัทธา หลังเกิดเหตุตำรวจสามารถสืบสวนจับกุมคนร้ายได้ จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์มือถือไปเพียงเครื่องเดียว ทั้งที่ผู้ต้องหามีเจตนาจะมาชิงทรัพย์สินที่เป็นเงินสด แต่พนักงานได้เห็นพฤติกรรมก่อน เพราะว่าคนร้ายมีการปิดบังอำพรางหน้าตา จึงวิ่งไปหลบหลังร้าน คนร้ายจึงไม่สามารถนำอย่างอื่นไปได้ แต่เห็นว่ามีโทรศัพท์วางอยู่จึงได้ขโมยไป ส่วนปืนที่ใช้ทราบว่าเป็นปืนเด็กเล่น ที่เอาของหลานมา โดยเหตุการณ์ณ์นี้ก็เป็นปัญหาของสังคมอีกอย่างนึง ซึ่งสภาพเศรษฐกิจ ประกอบกับผู้ต้องหามีประวัติเคยถูกจับกุมในข้อหาขับเสพ ซึ่งพึ่งพ้นโทษออกมา แล้วมาก่อเหตุซ้ำอีก