ขณะที่นายวรแสน ประสงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่พักสงฆ์ดังกล่าว ในเบื้องตนยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นที่ดินประเภทไหน แต่ก็จะได้ทำหนังสือประสานไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัด , สปก. และป่าไม้ ให้เข้ามาตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ สปก. เขตป่าอนุรักษ์ หรือที่สาธารณะประโยชน์หรือไม่ แล้วมีการใช้ประโยชน์ผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร ส่วนตัวของนายพุทธะ หรือหลวงปู่พุทธะ หรือหลวงปู่องค์ดำตามที่ชาวบ้านเรียกนั้น ในพื้นที่อ.ปะคำ ยังไม่มีว่ามีชาวบ้านหรือบุคคลใดเข้าไปร้องเรียนว่าถูกหลอกลวง หรือได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
ด้านนายบุญมี กมมาลี ผู้ใหญ่บ้านบ้านเขาน้อยพัฒนา ต.โคกมะม่วง บอกว่า ส่วนตัวรู้จักกับหลวงปู่พุทธะประมาณ 1 ปีเศษแล้ว ตนและชาวบ้านจะเรียกว่าหลวงปู่องค์ดำ ก็มีชาวบ้านศรัทธาเยอะเพราะท่านสอนเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี ส่วนสถานที่ดังกล่าวก็เป็นที่พักสงฆ์ ไม่ใช่สำนักสงฆ์ ที่ผ่านมาก็จะมีพระหรือผู้ที่ถือศีลมาพักหลายคนแล้ว มีการสร้างมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งสร้าง ส่วนเรื่องที่ดินก็ไม่ใช่ที่ สปก.ตามที่เป็นข่าว แต่เป็นที่ที่อยู่ในความดูแลของป่าไม้ซึ่งก็ได้ขออนุญาตจากป่าไม้เพื่อขอใช้พื้นที่ดังกล่าวตามขั้นตอนแล้ว ส่วนพฤติกรรมของหลวงปู่องค์ดำนั้นเท่าที่ทราบก็ไม่เคยเห็นท่านเรียกร้องหรือขอรับบริจาคจากใคร สิ่งปลูกสร้างต่างก็จะมีผู้ที่ศรัทธาท่านรวมกันมาก่อสร้างเอง