ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิค-19 ลูกจ้างและมนุษย์เงินเดือนหลายคน เกิดความกังวลทั้งเรื่องเงิน สุขภาพ และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน "สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน" ได้ชี้แจงทำความเข้าใจแก่ลูกจ้างให้ได้รับทราบถึงสิทธิประโยชน์และการคุ้มครอง
"กองทุนเงินทดแทน" เป็นกองทุนที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบแต่เพียงฝ่ายเดียว ให้คุ้มครองลูกจ้างตั้งแต่ วันแรกที่เข้าทำงาน โดยเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายต้องหยุดงาน สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ ตายหรือสูญหายเนื่องจากการทำงาน ลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทนเป็นค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทดแทนกรณีต่างๆ ซึ่งจะได้รับค่าทดแทน ร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ค่ารักษาพยาบาลหากเข้าโรงพยาบาลรัฐจะได้จนสิ้นสุดการรักษาโรงพยาบาลเอกชนไม่เกิน 1 ล้าน และค่าทำศพ 40,000 บาท
ทั้งนี้ในปัจจุบันค่าทดแทนรายเดือนสูงสุด = 20,000x70% = 14,000 บาท ซึ่งแต่ละกรณีจะได้ค่าทดแทนแตกต่างกัน อาทิ กรณีไม่สามารถทำงานได้จะจ่ายร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน โดยได้รับค่าหยุดงานตั้งแต่ 1 วัน รวมกันไม่เกิน 1 ปี ต้องมีใบรับรองแพทย์ ระบุการหยุดพักรักษาตัวและลูกจ้างหยุดจริงตามใบรับรองแพทย์ หรือกรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหายเนื่องจากการทำงานมีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้าง รายเดือนเป็นระยะเวลา 10 ปี จ่ายให้กับผู้มีสิทธิตามกฎหมาย เช่นเดียวกับกรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ ลูกจ้างจะได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน โดยกรณีทุพพลภาพจะได้รับค่าทดแทนตลอดชีวิต ส่วนกรณีสูญเสียอวัยวะจะได้รับคำทดแทน 10 ปี แล้วแต่ประเภทของอวัยวะที่สูญเสีย ซึ่งการจะได้ค่าสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพลูกจ้างจะต้องได้รับการประเมินเมื่อการรักษาพยาบาลสิ้นสุดการรักษา หรืออวัยวะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเมื่อพันกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างประสบอันตราย