สำหรับสมาชิกในบ้านหลังนี้มีนายกริ่ม เฉยดิษ อายุ 72 ปี ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดบริเวณขาอุดตันและยังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานล้ม จนไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ คนที่ 2 นางสมนึก ทับจีน อายุ 66 ปี น้องสาวนายเกริ่ม ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง พอจะเดินได้แต้ต้องใช้เครื่องพยุงแบบ 4 ขาช่วย คนที่ 3นางสาวขนิษฐา ปั้นตะกั่ว อายุ 29 ปี ลูกสะใภ้นางสมนึก ซึ่งเป็นภรรยานายมณทล แม้จะมีร่างกายแข็งแรง แต่ไม่สามารถออกไปหางานทำได้ เนื่องจากต้องคอยดูแลผู้พิการและเด็ก คือ น.ส.ณภัสสร คำแผง หรือสร อายุ 15 ปี กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด.ญ.ปนัดดา เมืองนา หรืออ้วน กำลังศึกษาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และด.ญ.จิราพร ทับจีน หรือน้องเอริน อายุ 3 ขวบ เรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอนุบาล
อย่างไรก็ดีทั้ง 7 ชีวิต นอกจากจะอาศัยที่ดินคนอื่นอยู่และบ้านผุพัง หลังคาและผนังรั่วไม่คุ้มฝน เสาบ้านเอนใกล้จะล้ม ในขณะที่พื้นบ้านมีน้ำท่วมขังยามฝนตก โดยเฉพาะนายเกริ่น ต้องอาศัยนอนที่ชานหน้าบ้าน เวลาฝนตกต้องใช้ผ้าใบมาคลุมเพื่อกันฝน ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ประทังชีวิตด้วยการที่นายมณทล ออกไปรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 200-300 บาท แต่ไม่ได้มีงานทำทุกวัน ที่เหลือได้ใช้เงินจากบัตรคนจน
ส่วนบัตรผู้พิการ นายเกริ่นเพิ่งทำยังไม่ได้รับเงิน ส่วนนางสมนึก ไปทำบัตรคนพิการ แต่ไม่ผ่านเนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างว่ายังเดินได้ แม้ว่านางสมนึก ต้องใช้ไม้เท้าแบบสี่ขาช่วยพยุงก็ตาม ทำให้ทั้ง 7 ชีวิต อยู่ด้วยความยากลำบาก บางวันไม่มีกับข้าวกิน ต้องใช้วิธีทำน้ำพริกให้เด็กๆได้กินประทังชีวิต