คัดค้านประกันตัวผู้ต้องหาฆ่ายกครัว
03 เม.ย. 2564 | wikanda_khu

สุราษฎร์ธานี - นำตัวผู้ต้องหาฆ่าโหด 3ศพยกครัวชาวลาวฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและเกรงจะหลบหนีเนื่องคดีนี้มีโทษร้ายแรงถึงประหารชีวิต
ข่าว
03 เม.ย. 2564 | wikanda_khu

สุราษฎร์ธานี - นำตัวผู้ต้องหาฆ่าโหด 3ศพยกครัวชาวลาวฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและเกรงจะหลบหนีเนื่องคดีนี้มีโทษร้ายแรงถึงประหารชีวิต
3 เมษายน 2564 จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายฆ่าโหดยกครัว 3 ศพแรงงานต่างด้าวชาวลาวคือนายขันทะลี จันดี อายุ 26 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมฟันที่ศีรษะ ลำคอ และข้อมือข้างขวาขาด ศพที่ 2 เป็นผู้หญิงชื่อนางทองบาง จันดี (นามสกุลเดิม สีเงาะ) อายุ 25 ปี ภรรยา มีบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะ ลำคอ และข้อมือซ้าย และห่างออกไปจาก 2 ศพแรกประมาณ 2 เมตรพบเด็กชายคำสว่าง จันดี อายุ 4 ขวบในห้องพักคนงานที่ "สง่าพรฟาร์มหมู" เลขที่70/1 ม.12 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
พบศพเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมาและตำรวจควบคุมตัวนายสุทธิศักดิ์ พรหมทองนุ่น อายุ 26 ปีลูกชายนายสง่าพร พรหมทองนุ่นเจ้าของฟาร์มหมูไปเค้นสอบปากคำหลังจากที่พบพิรุธหลายอย่างในที่สุดก็ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า 3 ศพเนื่องจากโกรธแค้นลูกจ้างที่กล่าวหาว่าไปจีบภรรยาลูกจ้าง ดังที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ที่ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานีก่อนพนักงานสอบสวนนำตัวนายสุทธิศักดิ์ หรือวิทย์ พรหมทองนุ่น ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายหาสารเสพติดที่โรงพยากาญจนดิษฐ์ พบสารเสพติดประเภท เมท แอมเฟตามีน ในร่างกายของผู้ต้องหา
จากนั้นพ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้มาติดตามสำนวนและแถลงข่าวสรุปคดี โดยนำอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจำนวน 5 รายการ
ประกอบด้วย มีดพร้า/เสื้อโปโลสีดำ / กางเกงยีนส์/รองเท้าผ้าใบและกางเกงใน ซึ่งเป็นของคนร้ายทั้งหมดมายืนยันการแถลงข่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเหตุจากหึงหวง แต่ทางตำรวจไม่เชื่อว่าชนวนเหตุมาจากเรื่องนี้ทั้งหมดและ ผู้ต้องหารับสารภาพอีกว่าหลังจากฟันทุกคนเสียชีวิตแล้วได้เข้าฟันซ้ำเติมอีกอย่างโหดเหี้ยม
โดยทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมนำตัวผู้ต้องหาฝากขังศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและเกรงจะหลบหนีเนื่องคดีนี้มีโทษร้ายแรงถึงประหารชีวิต.