กรมราชทัณฑ์ ดับข่าวลือ "เพนกวิน" อาการหนัก. ยืนยัน อาการยังคงปกติ ไม่มีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะ มีสีหน้าสดชื่นขึ้น พบเพียงอาการอ่อนเพลีย ริมฝีปาก แห้งเล็กน้อย และอาการแสบท้อง ส่วน "รุ้ง" อดแต่มือเย็น

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ รายงานความคืบหน้าอาการของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ซึ่งขณะนี้ถูกกักขังอยู่ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี ที่มีกระแสข่าวว่าอาการทรุดหนักจากการอดอาหาร นั้น ขอยืนยันว่านายพริษฐ์ อาการยังคงปกติ ไม่มีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะ มีสีหน้าสดชื่นขึ้น พบเพียงอาการอ่อนเพลีย ริมฝีปาก แห้งเล็กน้อย และอาการแสบท้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดูแลให้ยาเคลือบกระเพาะตามแผนการรักษาแล้ว 


ส่วนผื่นคัน บริเวณหน้าอกและหลังลดลงจากเดิม โดยทั่วไปถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง แม้เจ้าตัวยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร แต่ได้ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและดื่มเกลือแร่ทดแทน อาการล่าสุดของนายพริษฐ์ฯ เจ้าหน้าที่พยาบาลได้เข้าตรวจรักษาใน วันที่31 มีนาคม 2564 พบว่าสัญญาณชีพโดยทั่วไปปกติอุณหภูมิร่างกาย 36.6 องศาเชลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 66 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 18 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 127/75 มิลลิเมตรปรอท และน้ำหนักตัว 103 กิโลกรัม


นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า การขอย้ายนายพริษฐ์ ไปยังโรงพยาบาลอื่น เป็นสิ่งที่ญาติผู้ต้องขังหรือผู้ต้องกักขังสามารถ เรียกร้องได้ตามสิทธิและขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล แต่เบื้องต้น ในกระบวนการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ หากมีผู้ต้องขังป่วยจนต้องออกไปรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก กรมราชทัณซ์มีโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่ การรักษาของแต่ละเรือนจำและทัณฑสถานเพื่อรองรับอยู่แล้ว รวมถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เอง ก็เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกรมราชทัณฑ์ที่มีอุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลรักษาเพียบพร้อมเทียบเท่าโรงพยาบาล ทั่วไป ซึ่งเบื้องต้น นายพริษฐ์ฯ ไม่มีความประสงค์ที่จะย้ายตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และยังไม่พบอาการผิดปกติจนน่ากังวล รวมถึงสถานพยาบาลประจำสถานกักขังฯ ก็มีเจ้าหน้าที่พยาบาลให้การดูแลรักษาตลอดเวลา และมีความพร้อมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลแม่ข่ายหากมีเหตุกเฉินอยู่แล้ว 
โฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่าส่วนประเด็นการอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิของนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง นั้นเบื้องต้น ได้รับแจ้งจากนางสาวปนัสยาๆ ว่าต้องการงดอาหารมื้อเย็น 1 มื้อ เป็นระยะเวลา 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2564 ส่วนอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวันยังคงรับประทานอยู่ และมีการทำกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงการเข้าพบทนายเพื่อปรึกษาเรื่องคดีความตามปกติ
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ต่อกระแสข่าวลือต่างๆ กรมราชทัณฑ์มีความยินดีที่จะไขข้อข้องใจให้ประชาชนได้รับทราบในทุกประเด็น แต่เนื่องจากบางเรื่องอาจจะมีความละเอียดอ่อน ที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่งต้องมีระยะเวลาในการดำเนินการพอสมควร จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานและรอติดตามการชี้แจงจากกรมราชทัณฑ์เพื่อความชัดเจน มากกว่าจะเชื่อกระแสข่าว ลือที่อาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้