กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศให้บุคลากรและครอบครัวที่ไม่มีภารกิจจำเป็นรีบเดินทางออกจากเมียนมา รวมทั้งพลเมืองภาคเอกชน ในขณะที่ยังมีเที่ยวบินอยู่ .

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศให้บุคลากรของรัฐบาลทุกคน ที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ให้รีบเดินทางออกจากเมียนมาพร้อมกับครอบครัว ในขณะที่การกวาดล้างนองเลือดของทหารและตำรวจต่อประชาชนยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่กองทัพทำรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือน และใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าประชาชนที่ลุกฮือขึ้นประท้วง 
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้บุคลากรที่ไม่มีภารกิจเร่งด่วน เดินทางจากเมียนมาโดยสมัครใจ ส่วนประกาศล่าสุดเมื่อวันอังคาร ถือเป็นคำสั่ง และให้เหลือไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่ของสถานทูต ณ ย่างกุ้ง ที่ "ถูกคัดเลือก" เท่านั้น 
โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ย้ำว่า การตัดสินใจออกคำสั่งให้รีบออกจากเมียนมาก็เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของบุคลากรของรัฐบาลกับครอบครัว เช่นเดียวกับของภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของกระทรวงฯ แต่สถานทูตจะยังคงเปิดทำการต่อไป และยังคงให้บริการทางกงสุล "อย่างจำกัด" ทั้งแก่พลเมืองอเมริกัน กับผู้ขอวีซา ตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ในช่วงการระบาดของโควิด-19
นอกจากนี้ยังเตือนพลเมือง ไม่ให้เดินทางไปเมียนมาในช่วงการระบาดของโควิด-19, เหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงจากการใช้อาวุธ โดยให้ประเมินสถานการณ์และพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งแผนภารกิจที่ถูกลดลงนี้ เป็นผลของการตัดสินใจที่อาจส่งผลกระทบในอนาคต โดยเฉพาะความสามารถของกระทรวงฯในการช่วยเหลือพลเมืองถ้าตัดสินใจที่จะกลับ ก็ควรรีบทำให้เร็วที่สุด เพราะเที่ยวบินพาณิชย์ยังคงมีอยู่ และขอให้ทุกคนใช้ทางเลือกนี้ ส่วนกระทรวงกำลังติดตามเที่ยวบินออกจากเมียนมาที่ยังหาได้ และอาจใช้เที่ยวบินเช่าถ้าจำเป็น 
ด้านโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ประนามเหตุรุนแรงนองเลือดด้วยถ้อยคำที่แข็งกร้าวที่สุด โดยบอกว่า "ผู้ประท้วงที่ไม่ใช้ความรุนแรงในเมียนมา ถูกสังหาร ถูกตีถูกคุมขัง ที่รวมทั้งเมื่อวันเสาร์ ที่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตโดยน้ำมือทหารมากกว่า 100 คน ส่วนมากถูกฆ่าขณะกำลังประท้วงเนื่องในวันกองทัพ ส่วนที่เหลือเป็นเพียงคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ซึ่งกองทัพประกาศล่วงหน้าว่า อาจยิงผู้ประท้วงจากด้านหลังหรือที่ศีรษะ และพวกเขาก็ทำตามคำขู่ ในจำนวนคนที่ถูกฆ่า ได้รวมทั้งเด็ก 4 คน ในจำนวนนี้มีเด็กที่อายุน้อยที่สุดคือ 5 ขวบ 
บลิงเคน ยังเรียกร้องให้กองทัพปล่อยตัวคนที่ถูกจับอย่างไม่เป็นธรรม หยุดการทำร้ายสมาชิกภาคประชาสังคม, ผู้สื่อข่าว, สหภาพแรงงาน ให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหยุดเข่นฆ่าประชาชน และคืนอำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาธิปไตย และสหรัฐฯมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดจากการกระทำที่น่ารังเกียจเหล่านี้