ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดสอบคำให้การ 2 ผู้บริหาร udrink idrive ธุรกิจสตาร์ทอัพชื่อดัง หลังสั่งประทับรับฟ้องคดีอดีตผู้ก่อตั้งยื่นฟ้อง พ.ร.บ.ห้างหุ้นส่วน ในวันที่ 29 มี.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 29 มี.ค.  ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสอบคำให้การในคดีหมายเลขดำที่ อ.2772/2562 ที่ น.ส.สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ อดีตประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ จำกัด Tech Startup ผู้ให้บริการแอพพลิเคชันเรียกพนักงานขับรถส่วนตัว "udrink idrive" ได้ยื่นฟ้อง นายจิรายุ พิริยะเมธา, น.ส.อภินรา หรือปรางค์ ศรีกาญจนา 2 ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท บริษัท ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ จำกัด ในปัจจุบันและบริษัท เอเชียพลัส แอสซิสแต้นซ์ จำกัด เป็นจำเลย 1-2ในความผิดตาม พรบ. กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 


โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า โจทก์เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัท ยูดริ้งค์ ไอไดร์ฟ จำกัดโดยถือหุ้นในสัดส่วน40เปอร์เซ็นต์ของหุ้นบริษัท โจทก์เคยเป็นกรรมการของ บริษัท ต่อมาได้ลาออก จำเลยที่ 1-2เป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดร์ฟ จำกัดซึ่งมีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจส่งพนักงานของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ ไปขับรถให้แก่ลูกค้าที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แล้วไม่สามารถขับรถเองได้


เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.จำเลยทั้งสอง ได้กระทำการแทน บริษัทโดยไม่ได้รับมติจากผู้ถือหุ้นของ บริษัท ทำสัญญาขายทรัพย์สินของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯกับ บริษัท เอเซียพลัสฯที่มีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดมาก เพราะหากประเมินราคาเครื่องหมายการค้าของ ของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ นั้นก็มีจำนวนราคาสูงมากกว่าราคาเบื้องต้นคือ 3 ล้าน โดยไม่ขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งในมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ผ่านมามีมติเพียงให้ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ รับข้อเสนอของ บริษัท เอเชียพลัสฯ โดยมอบหมายให้จำเลยที่ 2ไปประสานงานกับ บริษัท เอเชียพลัสฯ เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาข้อเสนอที่ได้ลงมติเท่านั้นหากจะทำสัญญาขาย จะต้องเปิดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติที่ประชุมอนุมัติทำสัญญาขายและขออนุมัติให้กรรมการลงนามทำสัญญาขายอีกครั้งหนึ่ง 

จากการตรวจสอบของโจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 2 นอกจากจะเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดร์ฟ จำกัด แล้วจำเลยที่ 2ยังมีตำแหน่งเป็น ผช.กก.ผจก.สำนักสื่อสารองค์กรของ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950จำกัด (มหาชน) ที่มีชื่อบิดาจำเลยที่ 2 เป็นปธ.กก.และมีนายโกวิทย์ เจียมสว่างพรเป็นผช.กก.ผจก.บริหารงานสินไหมรถยนต์ของ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายโกวิทย์ เจียมสว่างพร นั้นเป็นสามีของน.ส.เรวดี มณีโชติ กก.ผู้มีอำนาจลงนามของ บริษัท เอเชียพลัสฯ ที่ได้มาซื้อกิจการของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ โดยมีบุตรด้วยกันคือ ด.ช.วีรวิชญ์ เจียมสว่างพร อันเป็นการเชื่อมโยงถึงที่มาของการมาซื้อกิจการของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ ดังกล่าว โดยได้เเนบรายละเอียดภาพถ่ายแผนผังผู้บริหาร บริษัท เอเชียประกันภัย 1950จำกัด (มหาชน) เเละแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร์ที่เกี่ยวข้องมาด้วย


การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายคือจำเลยทั้ง2ได้เร่งรัดให้มีการขายกิจการรวมทั้งทรัพย์สินของ บริษัท ในราคาต่ำกว่าท้องตลาดโดยไม่ขอมติผู้ถือหุ้น และไม่รับฟังข้อเสนอของโจทก์จากที่มีนักลงทุนเสนอซื้อกิจการของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ ในวงเงิน 25 ล้านบาทโดยไม่มีเงื่อนไข แต่จำเลยทั้งสองกลับเร่งรัดให้มีการทำสัญญาขายกิจการและทรัพย์สินของ บริษัทให้แก่ บริษัท เอเซียพลัสฯ


โจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัท ยูดริ้งค์ฯ ได้รับความเสียหายโดยการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำเพื่อลวงให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัดสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499มาตรา 42

ศาลมีคำสั่งรับฟ้องโดยพิเคราะห์พยานหลักฐานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเข้าเบิกความโดยมีพยานเอกสารสนับสนุนคำเบิกความของโจทก์ว่าจำเลยที่ 2 นอกจากจะเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดรฟ์ จำกัด แล้วยังมีตำแหน่งเป็นผช.กก.ผจก. บริษัท เอเชียประกันภัย 1950จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีบิดาของจำเลยที่ 2 เป็นปธ.กก.บริหาร และมีนายโกวิทย์ เจียมสว่างพรเป็นผู้ช่วย กก.ผจก.บริหารงานสินไหมรถยนต์ของ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) โดยนายโกวิทย์ เป็นสามีและมีบุตรร่วมกัน 1 คนกับน.ส.เรวดี มณีโชติ กก.ของ บริษัท เอเชียพลัสแอสซิสแต้นซ์ จำกัด ปรากฏตามแผนผังทำเนียบผู้บริหารของ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) อันส่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่าง บริษัท เอเชียพลัสแอสซิสแต้นซ์ จำกัด ในลักษณะของการมีส่วนได้เสียกับจำเลยที่ 2 ต่อมาจำเลยทั้ง2ในฐานะกรรมการของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดรฟ์ จำกัด ร่วมกันลงนามทำสัญญาขายทรัพย์สินของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดรฟ์ จำกัด ให้แก่ บริษัท เอเชียพลัสแอสซิสแตนซ์ จำกัด โดยไม่ขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดรฟ์ จำกัด และในการทำสัญญาขายทรัพย์สิน จำเลยทั้ง2ไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ อีกทั้งสัญญาซื้อขายทรัพย์สินดังกล่าวราคาเพียง3 ล้านบาทเนื่องจากในช่วงเวลาที่ทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินโจทก์ประเมินมูลค่าของ บริษัท ยูดริ้งค์ไอไดรฟ์ จำกัด ว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50ล้านบาทตามเอกสารประมาณการมูลค่าบริษัท การขายในราคา 3 ล้านบาทจึงเป็นราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดตามที่ควรจะเป็นพยานหลักฐานโจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมีน้ำหนักให้รับฟังได้คดีโจทก์มีมูลจึงให้ประทับฟ้องคดี ไว้พิจารณาเเละนัดสอบคำให้การ 29 มี.ค.64 

โดยตามขั้นตอนเมื่อศาลมีคำสั่งประทับฟ้องเจำเลยเเละต้องยื่นประกันตัวในวันนัดสอบคำให้การหรือวันที่เเสดงตนต่อศาลครั้งเเรกต่อไป