แพร่-น้องสาวร่ำไห้น้ำตาซึมรับศพพี่ชาย หลังโซเชียลเผยภาพชายนิรนามแขวนคอตัวเองเสียชีวิตมาแล้วเกือบเดือนจนมีคนมาพบศพ เผยหายออกจากบ้านไปนานกว่า 4 เดือน เป็นคนขี้น้อยใจ เคยขู่ฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแต่ไม่คิดว่าจะทำจริง

พี่ชายหายจากบ้าน4เดือนพบแขวนคอตาย


          เมื่อเวลา12.00น.วันที่25มีนาคม2564  ร.ต.อ.สนิท รัตนกันทา  พนักงานสอบสวนสภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้รับการประสานจากนางสมยา  กะนะลัยอ ายุ 55 ปี  บ้านเลขที่129/1หมู่2  ต.แม่หล่าย  อ.เมือง จ.แพร่  ว่า  ชายนิรนามที่ผูกคอตัวเองเสียชีวิต ที่บริเวณข้างทางถนนทางหลวงหมายเลข 11  บ้านแม่พวก  ต.ห้วยไร่  อ.เด่นชัย  จ.แพร่ ซึ่งมีผู้มาพบศพตั้งแต่เมื่อเวลา16.00น.เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา คือ นายสมศักดิ์ กาปัน  อายุ62ปี  บ้านเลขที่ 129/1หมู่2ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่

พี่ชายหายจากบ้าน4เดือนพบแขวนคอตาย



          จากการสอบถามนางสมยา กะนะลัย อายุ 54 ปี  น้องสาวผู้เสียชีวิต  กล่าวว่า   พี่ชายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 27พฤศจิกายน2563ที่ผ่านมา  ประมาณเกือบ4เดือนแล้ว  ไม่สามารถติดต่อได้  ปกติพี่ชายไม่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นคน ขี้น้อยใจอยู่แล้วไม่คิดว่าจะออกจากบ้านมานานขนาดนี้  โดยก่อนออกมาพี่ชายขึ้นรถโดยสารมาทางในเมืองก็คิดว่าเดี๋ยวคงกลับมา  ปกติแกก็ขี่มอเตอร์ไปเที่ยวอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้พี่ชายนั่งรถโดยสารมา มีคนเห็นว่าแกเข้ามาทางในเมือง         

พี่ชายหายจากบ้าน4เดือนพบแขวนคอตาย

                      "ก่อนออกมาแกก็พูดอยู่ว่าพี่ไม่อยู่แล้วจะไปแล้วนะ  ตนยังถามว่าจะไปไหนไปยังไง  งานแต่งหลานก็จะมีขึ้นพรุ่งนี้แล้วตอนนั้นตนทำกับข้าวอยู่คิดว่าพี่ชายพูดเล่น   จากนั้นก็ติดต่อแกไม่ได้และคิดว่าพรุ่งนี้มีงานเดี๋ยวก็กลับมาถ้าสบายใจคงกลับมาจนวันที่1ธันวาคม2563ก็ยังไม่กลับมาตนจึงได้เข้าไปแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองแพร่" นางสมยา กล่าว

พี่ชายหายจากบ้าน4เดือนพบแขวนคอตาย



             ปกติแล้วพี่ชาย จะดื่มเหล้าเป็นปกติ พอกินแล้วปวดท้องก็หยุดดื่ม นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เป็นคนขี้น้อยใจ ส่วนที่รู้ว่าเป็นพี่ชายของตน   เนื่องจากมีรอยผ่าตัดที่หัวเข่า  และเสื้อผ้าที่เห็นในภาพสื่อต่างๆ  ก็เป็นของพี่ชายที่ใส่เป็นประจำ โดย   ไม่ติดใจ เพราะหลายครั้งที่พี่ชายขู่ว่าจะแขวนคอ แต่ไม่เคยทำจริงๆสักครั้ง จนกระทั่งมาเห็นข่าวของพี่ชายที่ลงเป็นข่าวในโซเซียล จึงได้มาติดต่อแสดงตนว่าเป็นน้องสาว และรับศพไปทำพิธีตามศาสนาต่อไป  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อไป