พี่สาวโพสต์น้องถูกกลุ่มวัยรุ่นไม่รู้จักรุมตีเจ็บหนัก
25 มี.ค. 2564 | jitima_chum

หนุ่ม 21 และรุ่นน้องไปดูหมอลำงานบุญประจำปี ขากลับถูกกลุ่มวัยรุ่น ไม่คุ้นหน้าทำร้ายใช้มีดฟัน บาดเจ็บสาหัส พี่สาวโพสต์ ภาพจากกล้องวงจรปิดชัดวอนตำรวจจับกุมคนก่อเหตุมาลงโทษ
ข่าว
25 มี.ค. 2564 | jitima_chum

หนุ่ม 21 และรุ่นน้องไปดูหมอลำงานบุญประจำปี ขากลับถูกกลุ่มวัยรุ่น ไม่คุ้นหน้าทำร้ายใช้มีดฟัน บาดเจ็บสาหัส พี่สาวโพสต์ ภาพจากกล้องวงจรปิดชัดวอนตำรวจจับกุมคนก่อเหตุมาลงโทษ
มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ "Warinya Lekthale" โพสต์ข้อความ พร้อมภาพและคลิป แชร์ในเพจข่าวของอุดรธานี ในเพจ "อุดร มีด่าน มีข่าว มีหมอลำ งานบุญ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ บอกด้วย" เป็นภาพที่มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่น ทำร้ายร่างกาย พร้อมระบุข้อความว่า ขออนุญาต แอดมินค่ะ เหตุการณ์ เมื่อคืนวัน 20 มี.ค. น้องชายได้ไปเที่ยวงานหมอลำ บ้านหนองตะไก้ อ.หนองหาน จ.อุดร ในขณะกลับบ้าน ได้มีวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้มาไล่แทงและฟันน้องชาย #คือตอนนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ ถ้าเกิดกับบุตรหลานของท่านจะรู้สึกยังไง #อยากให้ทุกคนช่วยแชร์ ใครที่รู้จัก หรือพบเบาะแส กรุณาแจ้งมาที่เฟส Warinya lekthale เตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ถึงความโหดร้ายที่วัยรุ่นคนนี้ถูกกระทำ และขอให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้ เพราะเห็นหน้าผู้ก่อเหตุชัดเจน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับผู้ที่เป็นโพสต์ภาพและข้อความ เพื่อขอทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยวันนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.หนองหาน ภ.จว.อุดรธานี เจ้าของคดี ได้นัดหมายผู้เสียหาย เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม จึงเดินทางไปยัง สภ.หนองหาน พบกับเสียหาย ทราบชื่อว่า นายนำโชค เหล็กทะเล อายุ 21 ปี ชาวบ้านใน ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน ที่เดินทางมาสอบปากคำ พร้อมเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ 2 คน และ นายณรงค์ เหล็กทะเล อายุ 54 ปี กับ นางราศี เหล็กทะเล อายุ 52 ปี พ่อและแม่ของผู้เสียหาย และพี่สาว ที่เป็นผู้โพสต์ข้อความ
โดยตามร่างกายของนายนำโชคฯ ยังมีบาดแผลจากการถูกรุมทำร้ายร่างกายหลายแห่ง ทั้งที่แขน ขา และหลัง ซึ่งแผลยังไม่หายดี ขณะที่บาดแผลที่ขายังคงอักเสบ ทำให้ยังเดินไม่ถนัด แต่ยังคงจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้
นายนำโชค ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนไปดูหมอลำในงานบุญประจำปี ที่วัดของหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากบ้านตนประมาณ 4-5 กิโลเมตร ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุใด อยู่ดี ๆ ผู้ก่อเหตุก็มาฟันตนอย่างเดียว ซึ่งในงานตนก็ไม่ได้เต้นอะไรมาก โดยได้เต้นนิดเดียวไม่ได้เต้นนาน และไม่ได้ไปกระทบกระทั่งกับใคร จากนั้นตนก็ชวนน้องที่มาด้วยอีก 2 คนกลับบ้าน ในขณะที่เดินทางกลับก็มีกลุ่มวัยรุ่นโยนขวดใส่ แล้วขี่รถ จยย.ไล่ตามรถ จยย.ของตนมาประมาณ 4-5 คัน ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นหน้ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้เมาก่อน เนื่องจากไม่ได้ออกมาเที่ยวดูหมอลำนาน เพราะว่าช่วงโควิด
"เมื่อมาถึง หน้าร้านขายของชำ บริเวณสี่แยกบ้านหนองเม็ก กลุ่มวัยรุ่นได้ขวางรถจึงได้จอดรถ แล้วหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นได้ถามผมว่าเป็นคนบ้านไหน ผมกำลังจะตอบ ก็ถูกกระโดดถีบรถจนล้ม แล้วน้องที่มาด้วยก็วิ่งหนีไป ส่วนผมก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ตาม ใช้อาวุธรุมตีหลายรอบ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นก็ขึ้นรถ จยย.ขี่หลบหนีไป หลังเกิดเหตุผมจึงโทรศัพท์บอกแม่และพี่สาว จากนั้นรถกู้ชีพจึงได้มารับตัวผมส่งรักษาตัวทำแผลที่โรงพยาบาลหนองหาน หลังจากออกจากโรงพยาบาลจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.หนองหาน ซึ่งผมยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใครในงานมาก่อน โดยในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผมและน้องที่ไปด้วยมาสอบปากคำเพิ่มเติม" นายยำโชค บอก
ขณะที่ นายณรงค์ พ่อผู้เสียหาย บอกว่า เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ซึ่งไม่รู้ว่าลูกชายเราไปทำอะไรให้ ตัวแม่เขาไม่กล้าดูคลิปภาพวงจรปิดตอนที่ลูกถูกทำร้ายที่ได้มา เพราะดูแล้วสงสารลูกจะร้องไห้ ส่วนตนดูแล้วก็ออกติดตามที่ร้านที่เกิดเหตุ เพราะรู้จักกัน เขาให้ดูภาพก็เห็นว่า ลูกถูกทำร้ายหน้าร้าน ซึ่งคนก่อเหตุโหดร้ายฟันแบบไม่ยั้งเลย แต่ตนดูภาพคนก่อเหตุแล้ว ไม่คุ้นหน้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย มาเห็นหน้าจากกล้องที่ตนไปดูภาพมา ซึ่งอยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้
"ถ้าจับตัวได้ผมจะถามว่า ทำกับลูกผมอย่างนี้ทำไม ลูกผมไม่เคยมีเรื่องกับใคร ไม่ได้ออกจากบ้านไปเที่ยวแบบนี้เป็นปีแล้ว และลูกเพิ่งออกไปดูหมอลำเป็นครั้งแรกในรอบที่โควิดระบาด ที่จังหวัดไม่ให้จัดงานหมอลำ คิดว่าเรื่องที่เกิดไม่ใช่ว่าลูกเราเมา เพราะเขาไม่เคยออกไปไหน ไม่เคยหาเรื่องใคร จะออกจากบ้านไปซื้อของกินยังไม่กล้าเลย คิดว่าตอนนี้สภาพจิตใจลูกย่ำแย่ ผมจะไม่ให้เขาออกไปไหนอีกแล้ว"
ด้าน นางราศี แม่ของผู้เสียหาย บอกว่า ตนสงสารลูกมากที่มาถูกทำร้ายแบบบนี้ ทุกวันนี้ตนยังไม่กล้าดูคลิปที่เกิดเหตุกับลูกเลย เพราะสงสารเป็นห่วงลูก เรื่องที่เกิดขึ้นแบบนี้ตนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร อยากให้ตำรวจเร่งจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว หากจับได้แม่อยากถามเขาว่า เป็นอะไรถึงต้องมาทำกับลูกแม่อย่างนี้ ตีเขาจะฆ่าเขาทำโหดร้ายมาก ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องกัน แต่ยังโชคดีที่ลูกไม่ถึงตาย ถ้ามันมีปืนก็คงยิงลูกตายไปแล้ว หากจับตัวได้อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะลูกเราไม่ได้เป็นคนไปก่อเหตุ ต่อไปนี้จะไม่ให้ลูกออกจากบ้านไปเที่ยวแบบนี้อีกแล้ว ถ้าไปพ่อกับแม่ก็จะไปด้วย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูจุดเกิดเหตุ ที่หน้าร้านค้าที่สี่แยกหนองเม็ก ถ.หนองเม็ก-บ้านดุง ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน ซึ่งเป็นร้านค้าที่อยู่ติดถนน มีกล้องวงจรปิดติดไว้ที่รอบร้านหลายจุด แต่จุดที่เกิดเหตุสามารถจับภาพไว้ได้ โดยทางเจ้าของร้าน บอกว่า วันเกิดเหตุช่วงกลางคืน ตัวเองไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาผู้ก่อเหตุ ไม่น่าจะใช้คนแถวนี้ อย่างไรก็ตามได้ให้ภาพกล้องวงจรปิดกับทางญาติผู้เสียหายไปแล้ว
ขณะที่แม่ค้าร้านขายส้มตำ ไส้กรอก หม่ำ ใกล้ที่เกิดเหตุ บอกว่า คืนเกิดเหตุคนก่อเหตุอาจจะใช้ไม้ไผ่ของทางร้าน ที่ไว้สำหรับตากไส้กรอกอีสาน หม่ำ ไว้ขายก็ได้ เพราะว่าเช้าหลังจากที่เกิดเหตุ พบว่าไม้ไผ่ยาวประมาณ 1.5 เมตร ที่ไว้ตากไส้กรอกอีสานและหม่ำ หายไป 1 ท่อน ตนคิดว่าผู้ก่อเหตุอาจจะนำไม้ไผ่ของทางร้านเอาไปก่อเหตุก็ได้
ด้าน พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.หนองหาน เปิดเผยว่า (ทางโทรศัพท์) ในเรื่องของคดีที่เกิด ได้สั่งการให้พยักงงานสอบสวนเจ้าของคดี เร่งทำการสอบปากคำผู้เสียหายและเพื่อน เพิ่มเติม พร้อมให้ทางตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ก็บภาพวงจรปิด ในที่เกิดเหตุ และจุดต่าง ๆ ตั้งแต่ที่จัดงานหมอลำ จนถึงจุดที่เกิดเหตุ และตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุขี่รถ จยย.หลบหนี เพื่อความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย