นายจุรินทร์ กล่าวว่า มีตลาดหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จในการสร้างอัตราการขยายตัวได้สูงมาก คือ ตลาดแคนาดา ทีมเซลล์แมนประเทศที่โตรอนโตประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่เปิดตลาดข้าว เพิ่มการนำเข้าข้าวไปแคนาดาจากปี 62 คือ 80,000 ตัน เป็น 120,000 ตันในปี 63 เพิ่มขึ้นร้อยละ 21โดยมีกลยุทธ์หลัก เช่น มุ่งเน้นการขายข้าวไทยออนไลน์ไปยังผู้บริโภคและตัวแทนค้าส่งที่สำคัญ ทำประชาสัมพันธ์ข้าวไทยไม่ต้องรับประทานแบบวิถีไทยเท่านั้น สามารถนำไปประยุกต์กับอาหารพื้นถิ่นของแคนาดาได้เช่นทำสลัดข้าว เป็นต้น และทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนสอนทำอาหารในประเทศแคนาดาและโปรโมทข้าวไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแคนาดา ประชาสัมพันธ์ว่าข้าวไทยเป็นข้าวเพื่อสุขภาพ มีน้ำตาลต่ำ โดยคนแคนาดามีน้ำตาลในเลือดสูงถึงร้อยละ 28 เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จในการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นของสำนักงานทีมเซลล์แมนประเทศที่แคนาดา
ทิศทางการส่งออกข้าวไทยปี 2564 มี 6 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและสำนักงานในต่างประเทศทั้งหมดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับข้าวไทย เป็นข้าวที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใช้ Think Rice Think Thailand ถ้าคิดถึงข้าวต้องคิดถึงประเทศไทย ทุกสำนักงานทีมเซลล์แมนประเทศทั่วโลกใช้ธีมนี้ในการทำประชาสัมพันธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
มาตรการที่ 2 เร่งรัดเปิดตลาด G to G เชิงรุก ได้กำหนดไว้ทั้งหมด 4 ตลาดใหญ่ ประกอบด้วยอินโดนีเซียไม่กี่วันที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ MoU กับอินโดนีเซีย เปิดตลาดข้าวอินโดนิเซีย 4 ปีจำนวนไม่เกิน 4,000,000 ตัน อีกตลาดคือตลาดบังกลาเทศ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการทำ MoU ในระบบ G to G กับบังคลาเทศ 5 ปี 5,000,000 ตัน ตลาดอิรักซึ่งเป็นตลาดที่เราประสบปัญหาหลายปีที่ผ่านมาเพราะผู้ส่งออกข้าวไทยรายหนึ่งส่งข้าวด้อยคุณภาพไปทำให้อิรักแบนข้าวไทยเป็นเวลาหลายปี ขณะนี้ประสบความสำเร็จแล้วอิรักเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถเข้าไปประมูลขายข้าวในอิรักได้แล้ว แต่ยังติดเรื่องความเข้าใจมาตรฐานข้าวขาว 100% ข้าวของเราคือข้าว 5% ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจ และการส่งข้าวไปยังอิรัก ต้องมีเอกสารรับรองจากสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย ขณะนี้เราไม่มีสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย จะมีการเจรจาขอปรับเงื่อนไขลดอุปสรรค ตลาดที่4 คือตลาดจีนที่ได้ทำ MoU ในอดีตและจีนยังมีภาระตาม MoU ที่ต้องนำเข้าข้าวเก่าอีก 300,000 ตัน ตกค้างต้องเดินหน้าต่อไป