นอกจากนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าผลงานของนักศึกษาถูกเก็บยัดใส่ถุงดำ ซึ่งบางส่วนมีผลงานของตนด้วย อีกทั้งผลงานได้รับความเสียหาย แม้บางผลงานที่ถูกจัดไว้บนต้นไม้ก็ยังมีความพยายามที่จะขึ้นไปเก็บ เพราะงานที่เสียหายนั้นเป็นงาน "อินตอลเลชั่น" หรือศิลปะจัดวาง ที่ไม่ได้อยู่ในเฟรม รวมไปถึงมีวัสดุบางชิ้นหายไป และบางอันก็ได้รับความเสียหาย โดยผลงานของตนและผลงานอื่นๆ ที่ถูกเก็บไปนั้น เป็นผลงานศิลปะการเมือง ซึ่งตนไม่แน่ใจว่างานศิลปะเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับใครอย่างไร รวมไปถึงมีใครรับคำสั่งมาหรืออย่างไร ตนก็ไม่ทราบ
สำหรับผลงานเหล่านี้ก็ถือเป็นเสรีภาพในการแสดงออกของนักศึกษา และการที่กลุ่มคนดังกล่าวเข้ามากระทำการลักษณะเช่นนี้ถือเป็นการคุกคามเสรีภาพของนักศึกษาในการแสดงออกด้วย และตนยืนยันว่าพื้นที่สาขา "media art and design" เป็นคนละพื้นที่กับการจัดแสดงงานในหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว และเป็นพื้นที่ที่นักศึกษาใช้ในการเรียนรู้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาตในการนำผลงานมาจัดวางไว้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องไร้สาระที่จับเอาเรื่องราวอื่นๆที่ไม่ใช่ศิลปะ มาโยงกับผลงานนักศึกษา เป็นผลงานศิลปะทางการเมืองที่แสดงออกถึงตัวตนของนักศึกษา ที่มีการออกแถลงการณ์ หรือมีคนมาโพสต์เฟสบุ๊กปกป้องคณบดี ถือเป็นเรื่องไร้สาระ หาข้ออ้างมาคุกคามสิทธิและเสรีภาพของนักศึกษามากกว่า
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ทางคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง คณบดี คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการออกหนังสือแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่าตามที่มีกลุ่มบุคคลใช้พื้นที่บริเวณคณะวิจิตรศิลป์ และได้ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์นั้น ทางคณะวิจิตรศิลป์ขอชี้แจงว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 เวลาประมาณ 14.00 น. ทางคณะวิจิตรศิลป์ ได้เข้าเตรียมพื้นที่บริเวณหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะวิจิตรศิลป์ เพื่อจัดเตรียมแสดงงานนิทรรศการศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ทั้งของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันการศึกษาอื่น ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2564