23 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากนายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 51 ปี อดีตผู้ถูกกล่าวหาในคดีแพะชิงเพชรมูลค่า 15,800,000 บาท เมื่อปี 2560 และภรรยาชื่อนางสาวดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเช่าเลขที่ 1 ถนนนครพนม-ท่าอุเทน ซอยสุขาวดี 1 ชุมชนบ้านกกต้อง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ว่า หลังจากได้รับอิสรภาพตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2560 ชีวิตครอบครัวต้องประสบปัญหาด้านการเงินจำนวนมาก เนื่องจากระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรี ภรรยาต้องกู้ยืมเงินญาติเป็นค่าพาหนะขึ้น-ลงกรุงเทพ-นครพนมทุกอาทิตย์ เป็นเวลานานกว่า 7 เดือน
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเช่าหลังดังกล่าว โดยด้านหน้าเปิดเป็นร้านขายบะหมี่และข้าวเหนียวนึ่ง ขณะที่ด้านในเปิดเป็นร้านเสริมสวย พบสองสามีภรรยาได้มาเล่ารายละเอียด ว่า ช่วงได้รับอิสรภาพใหม่ๆก็ได้รับเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรมประมาณ 200,000 บาท และนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ "มาร์ค พิทบูล" อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เข้ามามุงชายคาบ้านเพื่อเปิดเป็นร้านขายของ พร้อมกับเงินอีก 5,000 บาท และมีกลุ่มเพื่อนปิยะ 17 โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนเจ้าของบ้านเช่าช่วยเหลือ 8,000 บาท ฯลฯ รวมๆแล้วได้เงินช่วยเหลือประมาณ 2 แสนเศษ
ทั้งนี้เงินที่ได้มาส่วนหนึ่ง ก็ต้องนำไปชำระหนี้ญาติที่ยืมมาเกือบ 5 แสนบาท โดยนำเงินสดอีก 150,000 บาท เป็นค่าทนายฟ้องกลับผู้กล่าวหาคือเจ้าของร้านเพชร ทำให้ไม่มีเงินหมุนเวียนจึงจำเป็นต้องเข้าสู่วังวนเงินกู้นอกระบบ เพราะทางครอบครัวไม่มีหลักทรัพย์ใดๆมาค้ำประกันกับธนาคาร ซึ่งการกู้เงินนอกระบบจะได้เงินสูงสุด 10,000 บาท ส่งวันละ 500 บาท เป็นเวลา 24 วัน แต่การชักหน้าไม่ถึงหลังก็จำเป็นต้องกู้นายทุนรายอื่นหมุนเวียนกัน ทำให้ตนหลุดจากวังวนนี้ไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ครอบครัวไม่เคยเจอปัญหาหนักขนาดนี้มาก่อน มันเป็นผลผลิตของคนของรัฐในระบบกล่าวหา จึงอยากวิงวอนไปยังหน่วยงานของรัฐ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหาแหล่งเงินที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ให้หลุดพ้นจากวังวนเงินกู้นอกระบบ ทุกวันนี้ก็ยังต้องค้างชำระค่าไฟฟ้าอีกหลายเดือน จึงขอความเมตตาหน่วยงานภาครัฐด้วย