ศูนย์อีสาน - หนังสือพิมพ์อีสานบิซ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอีสานจัดใหญ่งานครบรอบ 13 ปีประกาศตัวเป็นสื่อเพื่อรับใช้สังคม เชิญผู้บริหารสื่อใหญ่นำเสนอปัญหาและทางออกสื่อยุคดิสรัปชั่นและเชิญประธานทีดีอาร์ไอเสนอทางออกประเทศในภาวะขัดแย้งการเมือง

ในวาระครบรอบ 13 ปี หนังสือพิมพ์อีสานบิซ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอีสานที่มีนายเจริญลักษณ์ เพ็ชประดับ เป็นบรรณาธิการบริหาร ได้จัดงานครบรอบ 13 ปี หนังสือพิมพ์ที่ได้วางแผงและในยุคเปลี่ยนผ่านได้เข้าไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์ แต่ยังคงนำเสนอเรื่องราว ปัญหาของอีสานผ่านหน้าข่าว โดยเผยแพร่ในเพจออนไลน์และเวปไซต์ข่าว โดยได้จัดงานไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564  ณ โรงแรมอวานีขอนแก่น โดยมีเครือข่ายทั้งสื่อมวลชน นักธุรกิจ นักวิชาการ สถาบันศึกษาเข้าร่วมงานกว่า 200 คน 

"อีสานบิซ"ประกาศขอเป็นสื่อเพื่อสังคม



นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ ในฐานะบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์อีสานบิซ ซึ่งล่าสุดได้เปลี่ยนเป็นรูปแบบออนไลน์ "อีสานบิซ"ในเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ตนทำสื่อมานานโดยเริ่มต้นจากการทำสื่อใหญ่กับหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นและกรุงเทพธุรกิจ ก่อนจะออกทำหนังสือพิมพ์ของตนเองเมื่อ 13 ปีก่อน โดยตั้งใจนำเสนอเรื่องราวของอีสานทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อหวังเป็นกระบอกเสียงให้กับคนอีสาน และต่อมาได้รู้ว่าสื่อควรรับใช้สังคม ชุมชน จึงได้เข้าไปร่วมทำงานกับเครือข่ายภาควิชาการ เอกชน และประชาชน ในการก่อตั้งมูลนิธิขอนแก่นทศวรรษหน้า ซึ่งได้มีโอกาสขับเคลื่อนเมืองขอนแก่นในการพัฒนาเมืองหลายโครงการ โดยเฉพาะขอนแก่นโมเดลที่เป็นโมเดลการพัฒนาเมือง  โดยมีทุกภาคส่วนในนามภาคประชาสังคมได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนจนเกิดโครงการต่าง ๆ มากมาย โดยตนมองว่าสื่อไม่ควรจะทำงานสื่ออย่างเดียว แต่ควรจะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและทำงานร่วมกับสังคมด้วย 

"อีสานบิซ"ประกาศขอเป็นสื่อเพื่อสังคม

ในขณะที่ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น ที่มาร่วมเป็นวิทยากรในงานครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า สื่อพบกับปัญหาวิกฤติสื่อมาหลายระลอกมาหนักสุดในยุค ดิสรัปชั่นที่สื่อจะต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดทั้งบริษัทเจ้าของสื่อและตัวนักข่าวเอง ซึ่งนักข่าวอย่าทำตัวเป็นเพียงคนนำเสนอเรื่องราวข่าวสารเท่านั้น สื่อจะต้องรับใช้สังคมและชุมชนด้วย สื่อจะต้องทำให้คนอ่านข่าว คนดูข่าวรู้สึกว่าได้ประโยชน์จากข่าวที่นำเสนอ ไม่เช่นนั้นในเวลาที่พฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไปจะไม่มีคนดูสื่อแล้วและสื่อก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะคนดูรู้สึกว่าดูไปก็ไม่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะอนาคตทีวีดิจิตัลในวันข้างหน้าจะอยู่กันได้ถึงไหน และจะมีกี่เจ้ากี่รายที่จะอยู่รอดในยุคที่คนไม่ดูทีวีแบบนี้ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนทำสื่อจะต้องคิด และเตรียมพร้อมกับการรับมือ

"อยากให้สื่อมองว่าสิ่งที่นำเสนอเป็นประโยชน์อะไรกับชุมชนกับสังคม ไม่ใช่ทำสื่อตามสั่งอย่างเดียว ต้องมองเรื่องความคุ้มค่า โอกาส และผลที่จะเกิดกับสิ่งที่เรานำเสนอด้วย เพราะหากสื่อมีประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนนั้น สื่อก็จะอยู่ได้แม้จะไม่มีบริษัทที่สังกัด หรือไม่ต้องส่งข่าวให้กับสังกัดที่ตนทำอยู่ เพราะทุกวันนี้โลกออนไลน์ทำให้ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของสื่อได้ อยู่ที่ว่าสื่อที่นำเสนอนั้นจะเข้าถึงคนดูได้มากแค่ไหน คนดูคนเสพได้ประโยชน์อย่างไร หากได้ประโยชน์สื่อก็จะอยู่ได้โดยเฉพาะสื่อที่รับใช้สังคม"นายอดิศักดิ์ กล่าว

"อีสานบิซ"ประกาศขอเป็นสื่อเพื่อสังคม

ในขณะที่นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิช ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้นำเสนอปัญหาของประเทศโดยเฉพาะจากภาวะวิกฤติโควิด - 19 และปัญหาการเมืองโดยเสนอว่า ปัญหาการเมืองทั้งเรื่องสีเสื้อและความขัดแย้งระหว่างช่วงวัยที่กำลังเป็นอยู่ จะสามารถแก้ได้โดยใช้เวทีการเมืองแบบรัฐสภา โดยเฉพาะในการเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ไปทำหน้าที่ในรัฐสภาควรจะมีความหลากหลาย มีหลายช่วงอายุ เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มทุกเพศวัยเข้าไปเป็นตัวแทน เพื่อจะได้นำเสนอปัญหาและความต้องการอย่างครอบคลุม นอกจากนั้นทางออกหนึ่งคือการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุติความขัดแย้งทั้งหมดและต้องยกเลิกให้สว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ไม่เช่นนั้นจะทำให้ปัญหาความขัดแย้งไม่สิ้นสุด

"อีสานบิซ"ประกาศขอเป็นสื่อเพื่อสังคม