คณะผู้บัญชาการทหาร-ตำรวจ เห็นชอบลดจำนวนนายพล ปิดอัตราผู้ชำนาญการ-ผู้ทรงคุณวุฒิฯเมื่อเกษียณ ตามแนวทางกลาโหม เริ่มจากโผโยกย้ายเมษายนนี้ คาดทุกเหล่าทัพลดได้ 5-10% พร้อมเดินหน้าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยเน้นผลิตเอง

พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ โดยมี ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. ร่วมประชุม ขาดเพียง พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ติดภารกิจที่ จ.ลพบุรี จึงมอบหมาย พลเอก ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รอง ผบ.ทบ. แทน

หลังการประชุม พลโท เชาวลิตร สังฆฤทธิ์ โฆษกกองทัพไทย แถลงว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้ทุกเหล่าทัพ-สตช. สนับสนุนงานจิตอาสาพระราชทาน และการแก้ปัญหาโควิดฯ รวมถึงเพิ่มสมรรถนะและ ขีดความสามารถของหน่วย ในการพึ่งพาตนเอง และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ ตามนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี และนโยบายกลาโหม

นอกจากนี้ ให้เตรียมกำลังพลให้พร้อมตามแผนป้องกันประเทศ และการตั้งกองอำนวยการยุทธร่วมในทุกมิติให้ประสานสอดคล้องกัน พร้อมติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และปลูกฝังวัฒนธรรมทัศนคติค่านิยมการเป็นทหารและตำรวจที่ดีของประชาชน มีระเบียบวินัยและรับผิดชอบต่อหน้าที่และปฏิบัติตามข้อบังคับ

ด้านพลตรี ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองทัพไทย กล่าวว่า ในการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร ก่อนการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ได้มีหารือเรื่องการปรับโครงสร้างระบบงานของกองทัพไทยตามแนวทางของกลาโหม ซึ่งหากได้รับภารกิจใหม่ จะให้หน่วยที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน รับทำหน้าที่ไป และให้ยุบหน่วยที่ไม่จำเป็น รวมถึงให้ชะลอการตั้งหน่วยใหม่ ที่ผบ.หน่วยระดับ พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี ขึ้นไป

ขณะเดียวกัน ยังมีการลดการแต่งตั้ง นายทหารปฏิบัติการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ชำนาญการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ อย่างเคร่งครัด เมื่อเกษียณราชการแล้วก็ไม่บรรจุเพิ่ม คาดว่าจะสามารถลดจำนวนนายทหารชั้นนายพลได้ 5-10% โดยเริ่มจากโผโยกย้ายเมษายนนี้