ตกงานต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาสหันมาเลี้ยงจิ้งหรีดขายสู้โควิดสร้างรายได้มากกว่าเดิม 2 เท่า เฉลี่ยต่อเดือน 1-2หมื่นบาท โดยใช้พื้นที่หลังบ้านเล็กๆเท่านั้น โดยจุดเด่นของจิ้งหรีดที่นี่ คือมีขนาดลำตัวที่ใหญ่ ไม่มีกลิ่น และมีความสะอาด

23 กุมภาพันธ์ 2564 ที่บ้านทับสวาย หมู่ที่ 2 ตำบลทับสวาย อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ได้ใช้พื้นที่หลังบ้านพักอาศัยเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อหารายได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างรายได้เป็นอย่างดี

ใช้พื้นที่หลังบ้านเลี้ยงจิ้งหรีดขายสู้โควิดได้1-2หมื่นต่อเดือน



นางสาวสุจิตรา คมจอหอ อายุ 59 ปี ชาวบ้าน ที่บ้านทับสวาย เปิดเผยว่า ตนเองตกงาน ไม่มีงานทำช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก กระทั่งได้รับคำแนะนำจากญาติให้ลองมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด  จึงใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านสร้างเป็นโรงเรือนชั่วคราว เป็นสถานที่เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 140 -180 บาท ซึ่งจะใช้เวลาเลี้ยงตั้งแต่เริ่มเป็นตัวอ่อนจนถึงโตเต็มวัย เฉลี่ย 40-45 วัน ก็สามารถจับขายได้

ใช้พื้นที่หลังบ้านเลี้ยงจิ้งหรีดขายสู้โควิดได้1-2หมื่นต่อเดือน

ทำให้มีรายได้หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เหลือประมาณ 10,000-20,000 บาท ต่อเดือน เนื่องจากจิ้งหรีดเป็นแมลงที่อุดมด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด มีคุณค่าทางโภชนาการ การบริโภคจิ้งหรีดจึงเป็นที่ต้องการของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
โดยจุดเด่นของจิ้งหรีด คือมีขนาดลำตัวที่ใหญ่ ไม่มีกลิ่น และมีความสะอาด เนื่องจากช่วงที่จิ้งหรีดตั้งแต่แรกเกิดจนเป็นตัวอ่อนจะนำอาหารเม็ดสำหรับไก่ มาให้จิ้งหรีดกิน จากนั้น อายุได้ 40 วัน ก็จะเปลี่ยนให้ฟักทองเป็นอาหาร ซึ่งเมื่อโตเต็มวัยได้ขนาดที่พอเหมาะ ตัวเมียแต่ละตัวจะมีไข่เยอะ ก็จะรีบส่งขายทันทีโดยไม่รีดไข่เก็บเอาไว้เพื่อเพาะขยายพันธุ์ใหม่ จึงเป็นที่ถูกใจของลูกค้า เพราะจะมีรสชาติจะมัน อร่อย ได้โปรตีนสูง ได้รับประทานทั้งตัวและไข่จิ้งหรีดไปพร้อมๆกัน ทำให้มียอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีรายได้ดีในช่วงนี้เลยทีเดียว

ใช้พื้นที่หลังบ้านเลี้ยงจิ้งหรีดขายสู้โควิดได้1-2หมื่นต่อเดือน

ใช้พื้นที่หลังบ้านเลี้ยงจิ้งหรีดขายสู้โควิดได้1-2หมื่นต่อเดือน