สุโขทัย -นายช่างโยธาชำนาญงาน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เชื่อไม่เป็นความจริง หลังลือสะพัดทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซ่อนทองไว้กว่า 14 ตันในถ้ำ บนเขาพระบาทใหญ่ หวั่นแตกตื่นเข้ามาขุดหาทอง

จากการที่มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า บนเขาพระบาทใหญ่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 มีทหารญี่ปุ่นเดินทางผ่าน จ.สุโขทัย เพื่อเดินทาง เข้าสู่ประเทศเมียนมา โดยเดินทางจาก จ.พิษณุโลก ผ่าน จ.สุโขทัย ใช้ช้าง 7 เชือก วัวเทียมเกวียน 7 เล่ม และมีกระแสข่าวลือว่าทหารญี่ปุ่นขนทองคำมาซ่อนไว้ในถ้ำบนยอดเขาพระบาทใหญ่ จนกระทั่งหลังสงครามยุติได้ 2-3 ปี มีชาวบ้านพบเห็นทหารญี่ปุ่นราว 200 นาย ขึ้นไปขุดค้นหาทองคำแต่ทว่าก็ยังไม่เจอนั้น

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนาม พรมเอี่ยม หรือลุงเกลี้ยง อายุ 64 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ จ.สุโขทัย ได้นำทางเดินทางขึ้นเขาพระบาทใหญ่เพื่อไปตรวจสอบยังถ้ำที่เป็นข่าวลือ โดยลุงเกลี้ยงได้พาผู้สื่อข่าวเดินขึ้นเขาสำรวจ พบว่าก่อนถึงยอดเขาจะมีถ้ำอยู่ใกล้ๆกันหลายถ้ำ บางถ้ำคล้ายถูกระเบิดมีหินถล่มปิดปากทาง จึงสำรวจอีก 2 ถ้ำที่สามารถมุดคลานเข้าไปได้

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

โดยถ้ำหนึ่งปากทางเข้ามีความกว้างพอประมาณ เดินก้มเข้าได้ แต่อีกถ้ำคล้ายโพรงต้องมุดคลานเข้าไป ขณะที่บนยอดเขาพบว่ามีช่องหลุมลึกบ้าง ตื้นบ้าง นับสิบหลุมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปล่องช่องระบายอากาศ เชื่อมต่อกับอุโมงค์ในถ้ำเพื่อให้หายใจได้ น่าจะเป็นฝีมือคนขุดแน่นอน ไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติ

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

ลุงเกลี้ยง กล่าวว่า ยังมีถ้ำที่ยังไม่ได้สำรวจอีก โดยเรื่องเล่าทองคำจึงอาจเป็นเรื่องจริงก็ได้ อย่างน้อยพบหลักฐานการขุดอุโมงค์ในถ้ำ โดยฝีมือมนุษย์ เขาจะขุดเล่นทำไม ถ้าไม่ค้นหาหรือเอาของมีค่ามาซ่อนไว้ โดยตาของตนเป็นคนเล่าให้ฟัง เพราะตอนเป็นเด็กเคยเดินขึ้นเขาเข้าถ้ำ เพื่อหาของโบราณไปขาย ตาก็ดุว่าจะขึ้นไปหาทำไม ไม่มี ถ้ามีอยู่พวกทหารญี่ปุ่นคงเอาไปหมดแล้ว ตนรู้สึกงงว่าเกี่ยวอะไรกับทหารญี่ปุ่น

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

"ตาเลยเล่าให้ฟังว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ขนทองคำ หนักประมาณ 14 ตัน ลงจากรถไฟที่สถานีสวรรคโลก แล้วใช้ช้าง 7 เชือก วัวเทียมเกวียน 7 เล่ม ขนทองคำมาซ่อนไว้ในถ้ำบนเขาลูกนี้ และหลังสงครามโลกยุติได้ประมาณ 2-3 ปี มีทหารญี่ปุ่นราว 200 นาย ขึ้นไปบนเขานานเป็นเดือน เพื่อค้นหาทองคำที่ซ่อนไว้ แต่ทว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครเจอทองคำที่เล่าลือดังกล่าว"ลุงเกลี้ยง กล่าว

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

ขณะที่นายอานุภูม มณเฑียร นายช่างโยธาชำนาญงาน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กล่าวว่า ในยุคนั้นประมาณ พ.ศ.2484 กองทัพญี่ปุ่นมีการเดินทางผ่าน จ.สุโขทัย เพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศเมียนมา โดยเดินทางจาก จ.พิษณุโลก ผ่าน จ.สุโขทัยด้วยรถบรรทุกเป็นส่วนใหญ่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 เดิม จากนั้นญี่ปุ่นก็แพ้สงคราม

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

จากกระแสข่าวลือว่าหลังสิ้นสุดสงครามโลก จะมีทหารญี่ปุ่นประมาณ เกือบ 2 กองร้อย กลับเข้ามาขุดหาทองที่ฝังไว้ในถ้ำตามที่มีข่าวลือนั้น ไม่น่าจะเป็นจริง ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆเริ่มเป็นห่วงว่าจะมีการแตกตื่นเข้ามาขุดหาทอง อาจได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษได้ อีกทั้งบริเวณเขาลูกดังกล่าวเป็นเขตป่าสงวนและเขตของอุทยานแห่งชาติรามคำแหง ซึ่งในการที่จะเข้ามาทำอะไรจะต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนมิฉะนั้นอาจมีความผิดตามกฏหมายได้

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

รายงานข่าวแจ้งว่าตามลักษณะปล่องถ้ำที่เห็นกันโดยทั่วไปบนเขาพระบาทใหญ่นั้นจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ในหมู่บ้านคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้ไปขุดเจาะปล่องถ้ำและแนวหินที่เป็นโพรงบนเขาพระบาทใหญ่เพื่อที่จะขุดหา "ข้าวตอกพระร่วง" ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ มักนิยมขุดหามาไว้บูชา หรือทำเรือนแหวนหรือเครื่องประดับเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่ผ่านมา

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"

โดยมีลักษณะเป็นหินสี่เหลี่ยมลูกบาศก์คล้ายลูกเต๋า มีสีสนิมเหล็ก หรือสีน้ำตาลเข้ม เป็นหินที่เกิดตามธรรมชาติและจะพบมากบริเวณเขาพระบาทใหญ่ โดยในอดีตชาวบ้านในพื้นที่พากันไปขุดเจาะนำออกมาขายและบูชา โดยปัจจุบันนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นแล้วบริเวณบนเขาพระบาทใหญ่ เนื่องจากพากันไปขุดเจาะขนออกมาจำหน่ายกันหมด โดยปัจจุบันยังพอจะมีให้ซื้อหาตามร้านค้าเกี่ยวกับของเก่าใน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย โดยทั่วไป

หวั่นแตกตื่นหาทองบน"เขาพระบาทใหญ่"