นอกจากนี้ยังมีการชี้แจงว่า ในช่วงที่ตนมารับตำแหน่งมีคนตกงานจำนวนมาก ตนจึงจัดงานจ็อบเอ็กซ์โป โดยใช้งบประมาณไม่กี่ล้าน เสนอครม. นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน การจัดงานล้านคน ล้านตำแหน่ง เป็นสิ่งที่ดูเหมือนยาก แต่มีเอกชนจ้างงาน 1 ไตรมาส และอีก 1 เดือน มีการจ้างงานในภาคเอกชน 329,103 แหน่ง งานภาครัฐกว่า 600,000 ตำแหน่ง การที่ตนขออัตรา 260,000 เม็ดเงิน 19,000 กว่าล้าน ยืนยันว่าเม็ดเงินที่พูดใช้ไปตามความเป็นจริงไม่ได้เอาเงิน 19,000 ล้านไปละลายหายไปจ้างเท่าไหร่จ่ายเท่านั้นนี่คือความจริง พร้อมกับแจ้งว่าการจ้างงาน Co -payment ไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากช่วงที่จัดงานปลายเดือนกันยายนต้นเดือนตุลาคม ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงเดือนนักศึกษาจบใหม่ในช่วงเดือนเมษายน และเจ้าของเอกชนไม่ได้ต้องการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ ต้องการให้คนเข้ามาเรียนรู้และอยู่ไปนานๆ
ส่วนการชดเชยผู้ประกันตนในมาตร 33 ที่ได้รับผลกระทบ กว่า 11 ล้านคน ตนทราบว่าหากโครงการเราชนะออกมา หากไม่มีโครงการม.33 เรารักกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจต่อว่าตนมากกว่านี้ แต่ตนยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้ใช่โครงการเงินกองทุนประกันสังคม แต่เป็นเงินกู้
ส่วนกรณีการปล่อยปละละเลยไม่ดูแลแรงงานต่างด้าว ตนได้ถกปัญหาร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากบุกจับก็เหมือนฝีที่จะแตก ต้องให้อยู่กับที่ จึงต้องเสนอเข้าครม.นำคนนอกระบบเข้าสู่ระบบ หากไม่ควบคุมแรงงานให้อยู่กับที่ ก็จะมีการนำแรงงานออกจากพื้นที่เนื่องจากกลัวความผิด