ต่อมาเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุก็พบว่า บริเวณจุดเกิดเหตุนั้นเป็นสี่แยกตัดระหว่างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงเรียนสาธิตศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งจุดที่รถประสบอุบัติเหตุเป็นลานจอดรถของคณะนิติศาสตร์ และจากการตรวจสอบบริเวณแท่งปูนขอบถนนมีร่องรอยของยางรถยนต์เป็นรอยดำยาว บริเวณพื้นถนนไม่มีรอยเบรกของรถยนต์ ถัดมาที่บริเวณต้นไม้ของลานจอดรถพบเศษกระจกของรถยนต์ติดอยู่กับต้นไม้ และบริเวณโดยรอยังคงมีเศษชิ้นส่วนของรถยนต์กระจัดกระจาย โดยรถคันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
จากการสอบถามนายสหัสวรรษ นาวงศา อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมาถึงที่เกิดเหตุหลังจากรถของน้องน้ำมนต์ประสบอุบัติเหตุขึ้น พาผู้สื่อข่าวเดินดูร่องรอยที่เกิดอุบัติเหตุ พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ขณะนั้นตนเองขับรถผ่านมาพอดี เห็นมีรถคันเกิดเหตุอยู่ริมถนน สภาพพังยับเยินจึงได้จอดรถและลงมาดู พร้อมกับถ่ายภาพและคลิปเอาไว้ โดยมี รปภ.ที่เข้าเวรอยู่ในขณะนั้น มาดูด้วย ตนเองได้เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องดูในรถ เพื่อตรวจสอบดูว่ามีใครยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิต ก็พบว่าในรถบริเวณด้านหลังเสียชีวิตทั้ง2 ราย ส่วนด้านหน้าคนขับยังพอพูดได้บ้าง ส่วนคนที่นั่งข้างคนขับอาการสาหัสหมดสติ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ตนเองได้สอบถามทาง รปภ. บอกว่าก่อนที่จะมาถึงที่เกิดเหตุประมาณ 5 นาที ได้ยินเสียงรถยนต์พลิกคว่ำหลายตลบจึงออกมาดู และสอบถามคนขับบอกว่า มีรถจักรยานยนต์ตัดหน้าจึงหักหลบแล้วเสียหลักมาชนต้นไม้เข้า
ส่วนอาการน้องน้ำมนต์ ได้รับบาดเจ็บที่ตับ พบว่าตับแตก ซึ่งแพทย์ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยนอนรักษาตัวในห้อง ICU