นางพัชรินทร์ กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 ก่อนที่ลูกสาวจะเสียชีวิต เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส และทนพิษบาดแผลไม่ไหว จากนั้นได้มาติดตามความคืบหน้าของคดีกับพนักงานสอบสวน 2 ครั้ง เพื่อให้ช่วยติดตามรถกระบะคู่กรณีมาดำเนินคดี และแสดงความรับผิดชอบ ทั้งนี้จากการสอบถามพยานบุคคล ที่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ ทราบว่ารถคู่กรณีเป็นรถกระบะสีขาว ไม่ทราบรุ่น ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน แต่ถนนและจุดบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ใจกลางเมือง คาดว่าจะต้องมีภาพกล้องวงจรปิดอยู่หลายจุด และอาจจะสามารถบันทึกภาพรถคันต้องสงสัยไว้ได้ จึงได้ถือภาพถ่ายบุตรสาวมาติดตามคดี และขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนขับ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับดวงวิญญาณลูกสาว และเกรงว่าลูกสาวจะเสียชีวิตฟรี เพราะเวลาผ่านมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว คู่กรณียังหลบหนีลอยนวล
ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สุริยะ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เนื่องจากอยู่ในระหว่างติดตามพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ชัดเจน ทั้งรูปพรรณสัณฐานของรถคู่กรณี และภาพจากกล้องวงจรปิด รวมทั้งพยานที่เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากเวลาเกิดเหตุค่อนข้างดึก เบื้องต้นได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัณหา รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดูแลรับผิดชอบคดี และเร่งดำเนินการติดตามตัวคนขับให้เร็วที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับญาติและผู้เสียชีวิตต่อไป