"วิธีป้องกันภาวะดังกล่าวที่ดีที่สุดคือการป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่แรกเริ่ม" ดร. ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การฯ แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) พร้อมเสริมว่ามีการประชุมระดับโลกของกลุ่มผู้ป่วย ผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจ "โควิดระยะยาว"
ทีโดรสกล่าวว่าการประชุมข้างต้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรก มุ่งเน้นการบรรลุความตกลงเกี่ยวกับการนิยามภาวะหลังโควิดในทางการแพทย์ ซึ่งจะมีความสำคัญต่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยและการรักษา "โควิดระยะยาว" ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งอาการเล็กน้อยและอาการรุนแรง
"ความท้าทายส่วนหนึ่งคือผู้ป่วยที่มีภาวะโควิดระยะยาวอาจมีอาการเจ็บป่วยแตกต่างกันหลายรูปแบบ ซึ่งอาจเป็นการป่วยเรื้อรังหรือการป่วยชั่วคราวก็ได้" ทีโดรสกล่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรทางการแพทย์เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งเพื่อตรวจโรคโควิด-19 จากเด็กชายในเมืองชะฮ์อาลัม รัฐเซอลาโงร์ของมาเลเซีย วันที่ 30 ม.ค. 2021)
ด้านดร. เจเน็ต ดิแอซ ผู้เชี่ยวชาญประจำทีมการเตรียมความพร้อมดูแลสุขภาพ (Health Care Readiness) ขององค์การฯ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวอีกงานหนึ่งว่าภาวะหลังโควิด-19 เป็นกลุ่มอาการที่มีลักษณะแตกต่างกันและอาจกินเวลานานถึง 6 เดือนหลังติดเชื้อ
ดิแอซเผยว่ากลุ่มอาการร่วมส่วนใหญ่ที่มีการรายงาน ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยเรื้อรัง (PEM) สมองล้า (brain fog) ในบางเวลา หายใจไม่อิ่ม ไอ รวมถึงอาการแทรกซ้อนทางจิตใจและประสาท ซึ่งภาวะเหล่านี้อาจพบได้ในผู้ป่วยที่เคยรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือผู้ป่วยนอกที่มีอาการเล็กน้อย
"จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะหลังโควิด-19 ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าคนกลุ่มใดมีความเสี่ยงมากที่สุดและทำไมจึงเกิดภาวะเหล่านี้ขึ้นมา" ดิแอซกล่าวทิ้งท้าย