เนชั่นทีวี

ข่าว

"อัครเดช" ซัด ธ.กรุงไทย กับความภูมิใจบนคราบน้ำตา

11 ก.พ. 2564 | rachsanon_nao

"อัครเดช" ซัด ธ.กรุงไทย กับความภูมิใจบนคราบน้ำตา

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2562 ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) โดยระบุว่า เรื่องของผลประกอบการของ EXIM Bank ที่มารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตนในฐานะ กมธ.ติดตามตรวจสอบการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎรนั้น เห็นว่าวิสาหกิจของไทย หลายองค์กรสามารถบริหารจัดการได้ดีเยี่ยม และมีหลายองค์กรที่นอกจากแย่แล้วก็ยังบริหารงานขาดทุน ซึ่งเงินเหล่านั้นล้วนเป็นภาระภาษีของพี่น้องประชาชน และเป็นเงินที่ใช้ในการพัฒนาประเทศได้อีกหลายหน่วยงาน

จากการรายงานระบุว่า EXIM Bank ทำกำไรลดลงในปี 2561 จาก 1,365 ล้าน ตกลงมาเหลือ 507 ล้าน แต่ยังได้รับรางวัลองค์กรทางการเงินดีเยี่ยมนั้น ทำให้เกิดข้อสงสัย เพราะผู้บริหารล้วนจบด้านการเงิน การธนาคาร จบเศรษฐศาสตร์ ทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศมา แต่เมื่อดูอัตราส่วนทางการเงิน ทั้งที่เป็นอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (ROA) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของทุนเฉลี่ย (ROE) ก็ลดลงทั้ง 2 ตัว

นายอัครเดช กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นนักธุรกิจ นักบริหารก่อนมาทำงานการเมือง ก็เห็นว่า ภาคธุรกิจ SME เข้าถึงเงินทุนจาก EXIM Bank ได้ยากมาก พร้อมกับตั้งคำถามว่า ดอกเบี้ย Prime Rate ของ EXIM Bank นั้นมีอัตราดอกเบี้ยอย่างไรแน่

"ผมไม่รู้ว่าท่านไปปล่อยกู้ที่จังหวัดไหนที่เป็น SME เยอะ แต่ผมอยู่ที่ราชบุรี SME ของจังหวัดราชบุรี ที่จะทำธุรกิจนำเข้าส่งออกเข้าถึงบริการของ EXIM Bank ยากมาก ถ้าโทรไปถามก็จะได้รับคำตอบว่าดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ก็ไม่ค่อยตรงกับที่ท่านรายงานมาว่ามีการลดดอกเบี้ย Prime Rate แล้ว และยังลดลงไปอีก 2.25 ตรงนี้ เมื่อตรวจสอบกับผู้ประกอบการเมื่อสักครู่ ก็ยืนยันว่าไม่เคยได้ แต่ในรายงานก็มาระบุว่าต้องมีใบหนังสือค้ำประกันจาก บสย. ต้องใช้บุคคลค้ำประกันบ้าง จึงไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นมานี้ เป็นกำแพงสำหรับผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงได้ยากหรือไม่ แล้วดอกเบี้ยที่ท่านกำหนดไว้มีจริงหรือไม่ เพราะเมื่อผู้ประกอบการเข้าถามกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ก็ได้เรท MLR-2 บ้าง - 1.5 บ้าง แต่เวลาไป EXIM Bank เจอ MLR มิหนำซ้ำ เจอ MRR+" นายอัครเดชกล่าว

"อัครเดช" ซัด ธ.กรุงไทย กับความภูมิใจบนคราบน้ำตา

ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจของEXIM Bankนั้นนายอัครเดชเห็นว่าการที่ธนาคารกรุงไทยออกมาประกาศว่าไม่ได้เป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจตามที่กฤษฎีกาได้มีความเห็นตามพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณนั้นเรื่องนี้คณะรัฐมนตรีมีมติว่ายังคงให้สิทธิประโยชน์กับธนาคารกรุงไทยเหมือนกับเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งอีกทั้งผู้บริหารของธนาคารกรุงไทยก็เข้ารับรางวัลนักการเงินดีเด่นจึงทำให้เกิดความสงสัยว่าการที่ธนาคารกรุงไทยได้รับสิทธิประโยชน์กับทางรัฐบาลแต่กลับระบุว่าตัวเองไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจอีกทั้งวันนี้เดินหน้ายุบสาขาทั่วประเทศจนสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องไปยืนต่อคิวกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงในการติดต่อทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารกรุงไทยและเสี่ยงต่อการติดต่อโควิด19เพราะพี่น้องประชาชนไปใช้บริการจำนวนมากเพราะได้สิทธิประโยชน์จากรัฐบาลในการผ่านเงินงบประมาณจากกรมบัญชีกลางจากมติครม.ที่ยังคงให้สิทธิประโยชน์จากทางราชการเหนือกว่าธนาคารพาณิชย์อื่นๆทำให้พี่น้องประชาชนที่ใช้บริการธนาคารกรุงไทยต้องไปแออัดในสาขาจนล้นออกมารอข้างนอกหน้าสาขากันเป็นจำนวนมากนั้นเมื่อนำมาเทียบเคียงกับกรณีของEXIM Bankซึ่งได้รับรางวัลองค์กรทางการเงินยอดเยี่ยมแต่ผลประกอบการกำไรหายไปกว่าครึ่งก็จะทำให้ยอดเงินที่ต้องนำส่งรัฐก็ต้องลดลงไปด้วยดังนั้นทั้ง2ธนาคารนี้จึงไม่มีความแตกต่างกันที่บริหารงานแบบทำความเดือดร้อนส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนด้วย

ทั้งนี้นายอัครเดชได้ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เข้ามาช่วยดูแลทั้งEXIM Bankและธนาคารกรุงไทยด้วยที่แม้ตอนนี้จะมีความภูมิใจในรางวัลดังกล่าวแต่นั่นคือความภาคภูมิใจบนคราบน้ำตาของประชาชน

ข่าวล่าสุด