ทำธุรกิจมูลค่ามหาศาลกับคนไม่รู้จัก?
11 ก.พ. 2564 | chairat_pat

สรุปคำชี้แจง "สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ไม่รู้จักอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก่อนถูกตั้งคำถามทำธุรกิจกับคนไร้ปูม จนรู้ตัวอีกทีกลายก็ตกเป็นเหยื่อถูกหลอก
ข่าว
11 ก.พ. 2564 | chairat_pat

สรุปคำชี้แจง "สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ไม่รู้จักอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก่อนถูกตั้งคำถามทำธุรกิจกับคนไร้ปูม จนรู้ตัวอีกทีกลายก็ตกเป็นเหยื่อถูกหลอก
สรุปคำชี้แจงจากนายสกุลธรก็คือ ไม่รู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ถูกดำเนินคดีทุจริต เป็นตัวกลางรับและจ่ายสินบนจนติดคุก เพิ่งพ้นโทษออกมา ส่วนเงิน 20 ล้านบาท ยอมรับว่าจายไปจริง แต่เป็นค่านายหน้า เป็นค่าจ้างตามสัญญามาตรฐานทางธุรกิจ มีสัญญาชัดเจน แต่เอกสารโครงการเช่าที่ดิน ที่ฝ่ายนายประสิทธิ์นำมาเสนอ มารู้ทีหลังว่าเป็นเอกสารปลอม จึงยกเลิกสัญญา ทวงหนี้ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง พร้อมย้ำว่าตนเองถูกหลอก
คำชี้แจงนี้มีข้อสังเกตและคำถามหลายประการ โดยเฉพาะคำถามหนึ่งที่แหลมคมอย่างยิ่งก็คือ คุณเตรียมทำโครงการที่มีมูลค่าทางธุรกิจนับหมื่นล้านบาท ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า คอนโดฯ โดยเป็นการทำธุรกิจจากคนไม่รู้จักหรือ หนำซ้ำยังไม่มีการตรวจสอบประวัติหรือปูมหลัง ไม่รู้ว่าทำงานที่ไหน มารู้หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอกแล้ว เป็นอย่างนั้นจริงหรือ ผิดวิสัยคนทำธุรกิจหมื่นล้านหรือเปล่า
และเมื่อรู้แล้ว มีการติดตามทวงหนี้ ก็ทวงได้แค่ 7 ล้าน นี่เป็นข้อมูลจากอัยการที่แถลงออกมา โดยนำข้อมูลมาจากตำรวจอีกที คาดว่าจะมีการสอบปากคำนายสกุลธร มาก่อนหน้านี้ อาจจะในฐานะพยาน แต่คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วนายสกุลธรได้มีการฟ้องร้องติดตามหนี้คืนหรือไม่ เพราะยังเหลืออีก 13 ล้าน และที่ว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่นั้น ได้ร่วมมืออะไร เพราะไม่ได้เป็นโจทก์ร่วม และในคำพิพากษาของศาล ก็ไม่มีการอ้างคำให้การของนายสกุลธรเลย
"นิพิฏฐ์" ติงไม่แจงปม 500 ล้าน พิสูจน์เจตนาแท้จริง
"ทีมงานข่าวข้นคนข่าว" ยังได้ขอสัมภาษณ์ คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะนักกฎหมายชื่อดัง คุณนิพิฏฐ์ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเอาไว้แบบนี้ ประเด็นแรกเลย คุณนิพิฏฐ์ มองว่า นายสกุลธรยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเงิน 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าดำเนินการก้อนใหญ่ที่จะมอบให้หากข้อตกลงธุรกิจนี้สำเร็จ ขณะที่เงิน 20 ล้านที่จ่ายไปแล้ว เป็นเงินที่จ่ายเบื้องต้น ซึ่งเงิน 500 ล้านบาทนี้จะเป็นตัวพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงของนายสกุลธร
นอกจากนั้น นายสกุลธรยังไม่ได้พูดถึงเป้าหมายของการทำเรื่องนี้ คือ การได้เช่าที่ดินโดยไม่ต้องผ่านการประมูล เป็นการเช่าวิธีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมากในการพิสูจน์เจตนาของนายสกุลธร ขณะที่คำพิพากษาระบุว่า นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ กับพวก เป็น "ตัวกลาง" ในการรับและจ่ายสินบน มีการอ้างถึงผู้ใหญ่ในสำนักงานทรัพย์สินฯ แต่ในคำชี้แจงของนายสกุลธร ไม่ได้พูดเรื่องพวกนี้ อ้างแต่ว่าถูกหลอกเท่านั้น
คำชี้แจงของนายสกุลธร // ข้อสังเกต-คำถามจากหลายฝ่าย
1. ไม่เคยรู้จักนายประสิทธิ์ ไม่รู้ว่าเป็น จนท.ทรัพย์สิน // 1. ทำธุรกิจมูลค่ามหาศาลกับคนที่ตนเองไม่รู้ประวัติหรือ?
2. ไม่ได้สั่งนายหน้านำเงินไปทำในสิ่งไม่ถูกต้อง // 2. ในคำพิพากษาศาลระบุว่าจำเลย 2 คนเป็นตัวกลางรับ-จ่ายสินบน
3. เงินที่จ่ายเป็นการชำระค่าจ้างตามสัญญามาตรฐานทางธุรกิจ // 3. ข้อเท็จจริงตรงกันข้ามกับที่จำเลยให้การต่อศาล
4. มีการทำเอกสารราชการปลอมมาเสนอ // 4. กระบวนการทางธุรกิจดำเนินไปมากถึงขั้นทำสัญญา จ่ายเงินแล้ว
5. เมื่อรู้ว่าถูกหลอกก็ยกเลิกสัญญา ทวงหนี้ และร่วมมือกับ จนท. // 5. เหตุใดทวงหนี้ได้แค่ 7 ล้าน มีการฟ้องร้องหรือไม่ ร่วมมือกับ จนท.อย่างไร
6. ตนเองตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอก ได้รับความเสียหาย // 6. สังคมคาใจว่าตกเป็นเหยื่อหรือมีส่วนรู้เห็นกั้นแน่?