ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีมีผู้สูงอายุจำนวนมากถูกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เรียกเงินอุดหนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนย้อนหลัง ภายหลังจากที่ตรวจพบว่าเป็นผู้ที่ได้รับเงินบำนาญพิเศษมาก่อนแล้ว ซึ่งใน จ.นครราชสีมา พบว่ามีผู้สูงอายุที่ถูกเรียกเงินเบี้ยยังชีพคืนย้อนหลังมากถึง 610 ราย โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา มีผู้สูงอายุจำนวน 13 ราย ที่ถูกเทศบาลตำบลจอหอเรียกเงินเบี้ยยังชีพคืนย้อนหลัง โดย 9 ราย ได้ทำสัญญารับสภาพหนี้และจ่ายเงินคืนจนเกือบครบแล้ว แต่มี 4 ราย ที่ไม่มีเงินมาจ่ายคืน จึงไม่ขอทำสัญญารับสภาพหนี้ ทำให้ทางเทศบาลตำบลจอหอ ต้องส่งเรื่องฟ้องต่อศาลแขวงนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีทางแพ่ง จนผู้สูงอายุต้องเข้ามาขอความช่วยเหลือกับสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เพื่อต่อสู้คดีนั้น
10 กุมภาพันธ์ 2564 ที่สำนักงานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ถนนสืบศิริ3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ได้รับการร้องขอจากครอบครัวผู้สูงอายุ 4 ราย ในพื้นที่ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ช่วยเหลือเรื่องคดีความ จากกรณีถูกเทศบาลตำบลจอหอ เรียกเงินเบี้ยยังชีพคืนย้อนหลัง ต่อมาทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำสั่งมาว่า ให้รัฐจ่ายเงินทั้ง 2 ทางให้กับผู้สูงอายุ คือทั้งเบี้ยผู้สูงอายุและเงินบำนาญพิเศษ ซึ่งถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ถอนฟ้อง เรื่องก็จบ