โดยนายวีระฯ กล่าวว่า ตนเองนั้นชกมวยมาตั้งแต่เด็ก ไต่เต้าจากมวยวัด และขยับขึ้นมาเป็นนักมวยอาชีพ ในชื่อ "เม็ดพริก ศิลาชัย" พัฒนาฝีมือการชกเรื่อยมา โดยมีทีเด็ดคือการออกหมัดที่คม แม่นยำ คู่ต่อสู้ยากที่จะป้องกันได้ จนกระทั่งปี 2513 สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด คือได้แชมป์รุ่นแบนตั้มเวท 118 ปอนด์ ที่เวทีมวยลุมพินี หลังจากนั้นก็ได้มาตั้งค่ายมวยเอง ชื่อ ต.ศิลาลัย โดยมีเป้าหมายที่จะปั้นรุ่นน้องให้ก้าวขึ้นชกบนเวทีลุมพินีกันทุกคน และได้สร้างแชมป์มวยเวทีลุมพินีแห่งนี้มาแล้วหลายคน โดยเฉพาะ ธงชัย ต.ศิลาชัย ซึ่งได้แชมป์เวทีลุมพีนี และกวาดมาแล้วทุกแชมป์ในประเทศไทย รวมทั้งแชมป์มวยไทยโลกด้วย สร้างชื่อให้กับค่ายมวย ต.ศิลาชัยเป็นอย่างมาก
ดังนั้นตนเองจึงมีความผูกพันกับเวทีมวยลุมพินีมาก แม้ว่าช่วงนี้จะได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งเวทีมวยลุมพินีปิดไม่ให้มีการจัดแข่งชกมวย ก็พอที่จะรับได้ แต่พอได้ยินข่าวว่าทางกองทัพบก จะให้ยุบเวทีมวยลุมพินีไปเลยนั้น ตนก็รู้สึกตกใจและเสียใจมาก เพราะเวทีลุมพินีแห่งนี้ถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของคนไทย ซึ่งคนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี เป็นเวทีมวยไทยที่มีมนต์ขลังมากที่สุดของโลก นักมวยไทยทุกคนต่างปรารถนาที่จะได้มาขึ้นชกที่เวทีลุมพินีแห่งนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
"อีกทั้งหากได้แชมป์จากเวทีแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อไปต่างชาติ สามารถนำความสำเร็จไปการันตีสมัครเป็นครูสอนมวยไทยได้ทุกแห่งในโลก เพราะฝรั่งต่างชาติให้การยอมรับมาก แม้แต่ชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพมหานคร ก็มักจะนิยมมาชมมวยไทยในเวทีลุมพินีกันอย่างคึกคัก แต่เหตุใดกองทัพบกจึงตัดสินใจยุบเวทีมวยแห่งนี้ได้ ถ้าจะอ้างเหตุผลเรื่องต้องการกวาดล้างการพนัน กับมาเฟีย ตนก็ว่าน้ำหนักยังไม่พอที่จะยุบเวทีอันทรงคุณค่าแห่งนี้ไป อาจจะหาแนวทางวางมาตรการอื่นก็ได้ ถ้าจะย้ายก็ยังพอรับได้ แต่เล่นยุบไปเลยนั้นตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงขอให้ทางกองทัพบกได้กลับไปทบทวนใหม่อีกครั้ง" นายวีระฯ กล่าว