รายงานข่าวล่าสุด นายตริเวนดระซิงห์ ราวัตหัวหน้าคณะผู้บริหารรัฐอุตตราขัณฑ์ ยืนยันว่าเมื่อวันจันทร์ (8 ก.พ.)ว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ธารน้ำแข็งถล่มบนเทือกเขาหิมาลัยมีจำนวนเพิ่มมาอยู่ที่อย่างน้อย18 ราย ขณะที่คนอีกอย่างน้อย 200คนหายสาปสูญจากเหตุการณ์นี้
(แฟ้มภาพจาก REUTERS)
จากกรณีธารน้ำแข็งถล่มดังกล่ว ทำให้น้ำท่วมหุบเขาแห่งหนึ่งโดยฉับพลันและรุนแรงขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ (7 ก.พ.) ทำลายสะพาน ถนนและสร้างความเสียหายให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังบอกอีกว่า ตามเส้นทางที่น้ำไหลผ่าน ก็จะเกิดฝุ่นลอยคลุ้งส่วนพื้นก็สั่นราวกับแผ่นดินไหว ผู้สูญหายส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงไฟฟ้าจาก 2 แห่งที่เกิดเหตุดังกล่าวขณะที่บางคนก็ติดอยู่ในอุโมงค์ 2 แห่งแต่ยังออกมาไม่ได้เพราะมีน้ำท่วม อีกทั้งยังมีหินและโคลนปิดเส้นทาง
(แฟ้มภาพจาก REUTERS)
นายตริเวนดระ ซิงห์ราวัต ยังกล่าวอีกว่า "ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเย็นหลังเลิกงานสถานการณ์คงไม่เลวร้ายเท่านี้"
ทางด้าน นายปิยูช เราเตลา เจ้าหน้าที่ด้านบรรเทาสาธารณภัย ของรัฐอุตตราขัณฑ์ เปิดเผยว่าเมื่อวันอาทิตย์ (7 ก.พ.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยชีวิตคนออกมาจากอุโมงค์หนึ่งได้แล้ว 12 คน แต่ยังมีอีก 25-35 คน ที่ยังติดอยู่ในอุโมงค์แห่งที่ 2
(แฟ้มภาพจาก REUTERS)
(แฟ้มภาพจาก REUTERS)
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เหตุภัยธรรมชาติดังกล่าวนี้ ก่อให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่และได้มีการพยายามหยุดกระแสน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปยังแม่น้ำในพื้นที่และแม่น้ำสายย่อยที่อยู่บริเวณปลายน้ำ
ด้านนายโมดี ได้ทวีตข้อความว่า
"กำลังจับตาดูสถานการณ์ในรัฐอุตตราขัณฑ์อยู่ตลอดเวลาและขอภาวนาให้ทุกคนในพื้นที่ปลอดภัย และยังได้มีการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่อาวุโสและรับฟังความคืบหน้าจากการสั่งการให้หน่วยกู้ภัยพิบัติแห่งชาติ(NDRF) ออกปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์"
ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้สูญหายส่วนใหญ่เป็นพนักงานในโครงการพลังงานริชิกังกาและประชาชนในพื้นที่ขณะที่กองทัพเรือและกองทัพอินเดียได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ว
ทริเวนดรา สิงห์ ราวัต มุขมนตรีประจำรัฐอุตตราขัณฑ์ กล่าวว่า "บางส่วนของโครงการพลังงานริชิกังกาได้รับความเสียหายจากเหตุธารน้ำแข็งแตก"