เนชั่นทีวี

ข่าว

เริ่มแล้ว! "อารยะขัดขืน" ต้านรัฐประหารเมียนมา

03 ก.พ. 2564 | apirak_pra

เริ่มแล้ว! "อารยะขัดขืน" ต้านรัฐประหารเมียนมา

ชาวเมียนมาเริ่มแล้ว "อารยะขัดขืน" ต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพ เมื่อชาวเมืองย่างกุ้ง เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ พากันออกมาเคาะหม้อและกระทะ รวมทั้งบีบแตรรถ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยครั้งใหญ่ที่สุดกับรัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์

3 กุมภาพันธ์ 2564 งานนี้ บรรดาผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ต่างก็ไลฟ์สดเหตุการณ์การประท้วง หรือไม่ก็โพสต์ภาพการประท้วงของพวกเขาเอง หรือคนอื่น ๆ รอบข้าง เมื่อย่างกุ้งเข้าสู่ช่วงค่ำ
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายคน ได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ของพวกเขาเป็นภาพนางออง ซาน ซูจี รวมทั้งเรียกร้องให้คว่ำบาตรธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับฝ่ายทหาร
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเมืองใหญ่หลายแห่ง ก็กำลังวางแผนประท้วง แม้ประเทศกำลังประสบกับปัญหาโรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนักก็ตาม
ขณะที่มีการเรียกร้องมากขึ้นให้มีการปล่อยตัวนางซูจี ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ปรากฏตัวนับตั้งแต่ที่ถูกควบคุมตัว

เริ่มแล้ว! "อารยะขัดขืน" ต้านรัฐประหารเมียนมา


ส่วนสมาชิกสภานิติบัญญัติกว่า 100 คน ที่ถูกทหารกักตัวไว้ในที่พักในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศ ตอนนี้ได้รับแจ้งว่าพวกเขา สามารถกลับบ้านได้แล้ว
กองทัพเข้ายึดอำนาจในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ และประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 1 ปี หลังจากกล่าวหาว่าพรรคของนางซูจีฉ้อโกงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน
ประเทศอยู่ในความสงบเรียบร้อยดีหลังรัฐประหารโดยมีกองทหารลาดตระเวนตามเมืองใหญ่ ๆ ทั้งหมด และมีการบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวในเวลากลางคืน ส่วนระบบสื่อสารที่หยุดชะงักจากการรัฐประหารก็กลับคืนมาในช่วงเช้าวันอังคาร
แต่เมื่อคืนเสียงแตรรถ และเสียงเคาะหม้อ และกระทะ ได้ดังขึ้นตามท้องถนนในย่างกุ้ง และจากอาคารที่พักอาศัย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วง
กลุ่มเยาวชนและนักศึกษาออกมาเรียกร้องให้มีการรณรงค์อารยะขัดขืน และเพจ Facebook สำหรับการรณรงค์ครั้งนี้มียอดไลค์มากกว่า 100,000 ไลค์
แพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาลบอกว่าพวกเขาจะผละงานตั้งแต่วันพุธ เพื่อกดดันฝ่ายปกครองให้มีการปล่อยตัวนางซูจี
แพทย์บางคนก็ใช้วิธีติดสัญลักษณ์สำหรับการประท้วงแบบเงียบ ๆ
แพทย์อย่างน้อยหนึ่งคนได้ลาออก เพื่อเป็นการประท้วง โดยบอกว่า "รัฐประหารแบบนี้ ไม่สามารถยอมรับได้เลย"

เริ่มแล้ว! "อารยะขัดขืน" ต้านรัฐประหารเมียนมา


นายแพทย์ แหน่ง ฮตู อ่อง วัย 47 ปี วิสัญญีแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งบอกว่า" เขาลาออกเพราะไม่สามารถทำงานภายใต้เผด็จการทหารที่ไม่สนใจประเทศและประชาชน นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดที่เขาสามารถให้กับพวกทหารได้ "
แพทย์อีกคนที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ไม่เอารัฐประหารว่า" เราไม่สามารถยอมรับเผด็จการและรัฐบาลที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง พวกเขาสามารถจับกุมเราได้ทุกเมื่อพวกเราตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมัน ... พวกเราทุกคนตัดสินใจที่จะไม่ไปโรงพยาบาล"
แต่ผู้สื่อข่าวก็รายงานว่า ช่วงนี้กองทัพดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง
ขณะที่ฝ่ายปกครองออกแถลงการณ์เตือนสื่อและประชาชนเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจจะนำไปสู่การก่อจลาจลและสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพ
ในส่วนของอำนาจการปกครองประเทศ ถูกส่งมอบให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย โดยรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย 11 คน ซึ่งก็รวมถึงกระทรวงการคลัง สาธารณสุข มหาดไทยและต่างประเทศ ได้ถูกเปลี่ยนตัว
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกเมื่อวาน มิน อ่อง หล่าย ย้ำว่าการยึดอำนาจครั้งนี้เป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" หลังจากที่กองทัพได้ออกมาประท้วงเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้รับความสนใจ
เขาบอกว่า จนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง ทหารจำเป็นต้องนำพาประเทศ และระหว่างการประกาศภาวะฉุกเฉิน การเลือกตั้งและการต่อสู้กับโรคระบาด จะเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ

ข่าวล่าสุด