1 กุมภาพันธ์ 2564 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เรียกประชุมท้องถิ่นจังหวัด อัยการจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด คลังจังหวัด เข้าหารือเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้สูงอายุ 610 ราย ที่ถูกเรียกเบี้ยผู้สูงอายุคืนย้อนหลัง ที่ห้องประชุมสำนักงานคลังจังหวัด ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โดยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการสำรวจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบจำนวนผู้สูงอายุที่แจ้งในระบบสารสนเทศว่าได้รับสวัสดิการจากภาครัฐซ้ำซ้อนกับเบี้ยผู้สูงอายุ จำนวน 610 ราย จำนวนเงินที่รับเกินสิทธิ์จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 26,952,157,.86 บาท ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์การเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุจากผู้ไม่มีสิทธิ์ ดำเนินการแล้ว จำนวน 195 ราย เป็นเงิน 7,802,898.86 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 285 ราย เป็นเงิน 15,026,896 บาท ยังไม่ดำเนินการอีก 89 ราย เป็นเงิน 3.792,300 บาท และไม่เบิกจ่าย 41 ราย รวมทั้งหมด 610 ราย
สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือ จะแบ่งออกเป็นกลุ่มไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ตามระเบียบ ซึ่งต้องมาดูรายละเอียดว่าสาเหตุที่ไม่สามารถนำเงินมาคืนได้มาจากสาเหตุใด เช่น เป็นผู้สูงอายุ อยู่ตัวคนเดียว ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะต้องหาวิธีช่วยเหลือในการผ่อนชำระ ซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานด้านกฎหมายและศึกษาถึงกฎระเบียบให้ชัดเจน หากมีการศึกษาข้อกฎหมายแล้ว ก็มีแนวทางที่จะสามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุทั้งหมดได้ โดยทางจังหวัดก็จะให้คำแนะนำและช่วยเหลือทันที เพราะกลุ่มผู้สูงอายุทั้งหมดถือว่ารับเงินไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งการหารือทั้งหมด จะเสนอแนวทางการช่วยเหลือไปยังกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งให้ทางจังหวัดหาข้อมูลและเสนอแนวทางที่พอจะเป็นไปได้ เพื่อส่งกลับไปให้ทางกระทรวงมหาดไทยพิจารณา ทั้งนี้ผู้สูงอายุควรรอฟังข่าวดี ซึ่งทางภาครัฐยังไม่นิ่งนอนใจและจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย