ผู้ประกอบการร้านอาหารโคราช ชี้ โควิดทำธุรกิจซบ ต้องประคองตัวเองให้รอด หวังเดือนหน้าสถานการณ์จะดีขึ้น ขณะที่การผ่อนคลายมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ วอนรัฐควบคุมการแพร่ระบาด ตรวจสอบต้นทุนราคาสินค้า อย่าให้พุ่งสูงเกินกำลังซื้อ

กการที่ ที่ประชุมใหญ่ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) ได้ไฟเขียวผ่อนคลายมาตรการป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19โดยกำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์ออกเป็น5พื้นที่ ประกอบด้วย1.พื้นที่เฝ้าระวัง35จังหวัด ,2.พื้นที่เฝ้าระวังสูง17จังหวัด ,3.พื้นที่ควบคุม20จังหวัด ,4.พื้นที่ควบคุมสูงสุด4จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด1จังหวัดในวันที่1กุมภาพันธ์ที่จะถึง ซึ่งในกลุ่มพื้นที่เฝ้าระวังสูง17จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ นครราชสีมา ชุมพร นครสวรรค์ นราธิวาส บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พังงา เพชรบูรณ์ ยะลา ระนอง สงขลา สุโขทัย สุราษฎร์ธานี และจังหวัดอุทัยธานี ได้ปลดล็อกเปิดกิจการได้เกือบทั้งหมด โดยร้านอาหารต่าง ๆ สามารถให้บริการนั่งได้ ดื่มสุราได้ถึงเวลา24.00น. และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ยังคงเน้นเรื่องการคัดกรอง ตรวจติดตาม และจำกัดผู้ใช้บริการตามขนาดพื้นที่ ส่วนบ่อนการพนัน สนามชนไก่ ชนวัว ยังไม่สามารถเปิดได้

โคราชธุรกิจร้านอาหารพัง หวังเดือนหน้าจะดีขึ้น

         ล่าสุด วันนี้ (31 มกราคม 2564) ผู้สื่อข่าวได้ไปสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาโดยนางธนภัสนันท์ อภิวัทน์โภคิน อายุ 56 ปี ผู้ประกอบการร้านชาบู นัมเบอร์วัน ถ.สืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตั้งแต่โควิดระบาดรอบแรก ทางร้านก็ปิดบริการชั่วคราวนานถึง 3 เดือน พอสถานการณ์เริ่มดีขึ้นก็มาเจอโควิดระบาดรอบ 2 อีก ทำให้กิจการสะดุดอีกครั้ง ยอดขายลดลงกว่า 80%ส่วนลูกค้าก็ลดจำนวนเช่นกัน กว่า 70-80%ซึ่งทางร้านต้องปรับสภาพประคองตัวเพื่อให้ร้านอยู่ได้ ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ให้บริการ เคยรองรับลูกค้าได้กว่า 300-400 โต๊ะ ก็ต้องปรับลดจำนวนเหลือแค่ครึ่งเดียว และต้องปรับลดโครงสร้างของร้านใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจเพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้ นอกจากนี้ ต้องปรับลดพนักงาน ลดเงินเดือน หรือเพิ่มหน้าที่เพื่อให้เหมาะสม ซึ่งทุกคนต้องช่วยๆ กัน ส่วนมาตรการป้องกันโควิด-19 ทางร้านให้ความสำคัญอย่างมาก และดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวด โดยจัดเจลแอลกออล์และอ้างล้างมือไว้ให้ลูกค้า มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนเข้าพื้นที่บริการ นอกจากนี้ ทุกคนที่เข้ามาในพื้นที่ร้านจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และระหว่างไปตักอาหารหรือหยิบจับภาชนะ จะต้องสวมแมส และสวมถุงมือที่ทางร้านจัดไว้ให้ ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม ถ้าลูกค้าไม่ได้สวมแมสมา ก็จะไม่ให้เข้ามาใช้บริการในร้าน

ทั้งนี้ ก่อนโควิด-19 ระบาด ทางร้านจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 -22.00 น. แต่เมื่อเกิดการระบาดทั้งในรอบแรกและรอบที่ 2 ก็ปรับลดเวลาลง โดยเปิดตั้งแต่ 10.30 น. ปิด 21.00 น. ส่วนการที่รัฐบาลและ ศบค.ได้ผ่อนคลายมาตรการล่าสุด ให้ร้านอาหารในจังหวัดนครราชสีมา เปิดบริการได้ถึง 24.00 น. นั้น ตนคิดว่า ลูกค้าจะออกมาใช้บริการกันมากขึ้น และยิ่งทางร้านมีมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มข้น ก็เชื่อว่า ลูกค้าจะเกิดความมั่นใจเลือกมาใช้บริการที่ร้านมากขึ้นตามไปด้วย จึงต้องรักษามาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคไว้อย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งเรื่องการป้องกันควบคุมโควิด-19ให้ได้โดยเร็ว เพราะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ร้านอาหารได้รับผลกระทบโดยตรง ทุกคนลำบากกันหมด โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระหลายอย่าง ทั้งเรื่องราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น แต่ทางร้านยังไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ เพราะจำเป็นต้องการรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ จึงอยากให้รัฐบาลเข้าไปควบคุมเรื่องต้นทุนราคาสินค้า ควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยเร็ว ซึ่งทุกคนต่างตั้งความหวังว่า เดือนหน้าสถานการณ์จะดีขึ้นกว่านี้ แต่ที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือ ช่วยประคับประคองกันไป

โคราชธุรกิจร้านอาหารพัง หวังเดือนหน้าจะดีขึ้น

ด้านนางสำเรียง ศรีแก้ว อายุ 43 ปี ผู้ประกอบการร้านลุงปั่นปลาเผา สาขา 2 ถ.สืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตั้งแต่โควิดระบาดทั้งรอบแรกและรอบที่ 2 ทางร้านได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก ยังคงมีลูกค้ามาซื้ออาหารที่ร้านอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะลดจำนวนลงบ้าง แต่ก็พออยู่ได้ ยิ่งทาง ศบค.ได้ผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น ก็ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นด้วย เพราะน่าจะสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ จึงได้มีการผ่อนปรนมาตรการออกมา ส่วนการปลดล็อกให้ร้านอาหารสามารถเปิดให้บริการนั่งได้ ดื่มสุราได้ถึง24.00น.นั้น ในส่วนนี้ ทางร้านไม่ได้รับอานิสงค์มากนัก เพราะปกติจะเปิดให้บริการในช่วงเวลา 10.00 น. 21.00 น.เท่านั้น ไม่ได้เปิดถึงเที่ยงคืน แต่ก็น่าจะเป็นผลดีกับหลายๆ ร้านโดยเฉพาะร้านเหล้าที่สามารถเปิดให้บริการได้นานขึ้นถึง 24.00 น. อย่างไรก็ตาม ทางร้านยังคงควบคุมป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้นตามที่สาธารณสุขกำหนด ทั้งเรื่องการตรวจคัดกรอง ทุกคนที่อยู่ในร้านจะต้องสวมแมส จัดเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการ จัดโต๊ะเก้าอี้แบบเว้นระยะห่าง และมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค ดูแลอุปกรณ์ให้สะอาดปลอดเชื้อตลอดเวลา ซึ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจมาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง

โคราชธุรกิจร้านอาหารพัง หวังเดือนหน้าจะดีขึ้น