รถควบคุมส่งผู้ต้องหาถูกไฟลุกไหม้คนขับรีบจอดเปิดให้ผู้ต้องหายาเสพติด 4 คนออกมาก่อนไฟจะลุกไหม้วอดทั้งคัน แต่มี 1 คนฉวยโอกาสให้เจ้าหน้าที่คลายกุญแจมือให้แล้ววิ่งหลบหนี แต่ไม่รอดถูกตามจับตัวได้ขณะหลบในท่อระบายน้ำ

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 29 มกราคม 2564 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถขนเงิน ที่บริเวณถนนมิตรภาพ ขาเข้าเมืองอุดรธานี บ.คำกลิ้ง เทศบาลตำบลบ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี แต่ 5 นาทีต่อมาศูนย์วิทยุรายงานแก้ไขว่า เป็นรถส่งผู้ต้องหาของ สภ.หนองแสง ภ.จว.อุดรธานี นำผู้ต้องหา 4 คนมาฝากขังที่ศาล จ.อุดรธานี มีผู้ต้องหาหลบหนีการควบคุมไป 1 คน หลังจากนั้น พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร เหล่ากำเนิดเพชร ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิลี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบลงพื้นที่








ที่เกิดเหตุพบรถส่งผู้ต้องหาของ สภ.หนองแสง เป็นรถปิกอัพโตโยต้า ทะเบียน ฮฐ-2946 กรุงเทพมหานคร ดัดแปลงกระบะท้ายเป็นที่คุมขัง จอดอยู่ริมถนนมิตรภาพ ปากซอยราษฎร์บำรุง หันหน้าเข้าเมือง มีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงไปทั่วคัน โดยมีรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบ้านจั่น 1 คัน ระดมฉีดน้ำจนเพลิงสงบรถเสียหายทั้งคัน และบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ริมถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.โนนสูง อ.เมือง ควบคุมผู้ต้องหาไว้ 3 คน เป็นผู้ต้องหาคดีเสพยาบ้าคือ นายอนันตชัย ทำประชม อายุ 23 ปี , นายอนุชา ธุลลี อายุ 18 ปี ถูกใส่กุญแจมือไว้ด้วยกัน และนายเล็ก นามสมมุติ อายุ 17 ปี มีอาการเจ็บหน้าอกมีหน่วยกู้ชีพปฐมพยาบาล และนำส่ง รพ.อุดรธานี






ผู้ต้องหาเผารถไปฝากขังหวังหลบหนีแต่ไม่รอด
















ส่วน ร.ต.ต.มนตรี สารพันธุ์ รอง สวป.ทำหน้าที่ขับรถส่งผู้ต้องหาคันที่ถูกเพลิงไหม้ ได้วิ่งติดตามจับกุม นายสมสมัย ไปพเนา อายุ 46 ปี อยู่เลขที่ 6 ม.6 ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหามียาเสพติดเพื่อจำหน่าย ของกลางยาบ้า 68 เม็ด และยาไอซ์ 3.37 กรัม ที่หลบหนีไป โดยมีการแจ้งตำหนิรูปพรรณหัวล้าน สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงวอร์มสีดำคาดน้ำเงิน ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยราษฎรบำรุง ที่สามารถทะลุออกไปยังถนนบ้านคำกลิ้ง-บ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง






ผู้ต้องหาเผารถไปฝากขังหวังหลบหนีแต่ไม่รอด










โดยมี พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ฝอยกลาง ผกก.สภ.หนองแสง พร้อม ร.ต.อ.เจริญฤทธิ์ มีหินกอง รอง สว.สอบสวน สภ.หนองแสง เจ้าของคดี และกำลังเดินทางมาสมทบ สอบสวนปากคำผู้ต้องหา 2 คน ระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเสพยาบ้ากับเพื่อน 3 คน ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.หนองแสง ต่อมานายสมสมัยฯ ผู้ต้องหาคดีเสพและขายยาเสพติด ไม่รู้จักกันมาก่อน ถูกนำตัวมาขังไว้ที่เดียวกัน จนเช้าตำรวจได้นำตัวขึ้นรถ เพื่อเอามาฝากขังที่ศาล จึงขึ้นรถมาด้วยกัน 4 คน นายอนันตชัยฯ ถูกใส่กุญแจมือติดกับนายสมสมัยฯ นายอนุชาฯใส่กุญแจมือคนเดียว ส่วนนายเล็กไม่ได้ใส่กุญแจมือ








ผู้ต้องหาเผารถไปฝากขังหวังหลบหนีแต่ไม่รอด













ผู้ต้องหา 2 คน ยืนยันว่านายสมสมัยฯ มีไฟแช็กเพราะเห็นสูบบุหรี่ แต่ขณะที่นั่งรถมา นายอนันตชัยฯ อ้างว่านอนหลับ แต่นายอนุชาฯ ยืนยันว่าเห็นนายสมสมัยฯ ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากรถ ได้ใช้ไฟแช็กเผาที่ช่องแอร์ จนไฟลุกไหม้มีควันจำนวนมาก จึงเคาะกระจกบอก ร.ต.ต.มนตรีฯ ที่ขับรถ เมื่อรถคุมตัวผู้ต้องหาจอดริมถนน เปิดประตูด้านหลังให้ออกมา นายเล็กฯที่มีอาการเจ็บหน้าอกจากตกต้นไม้ เกิดอาการแน่นหน้าออกทรุดลงพื้น ส่วนนายสมสมัยฯ โวยวายว่ากุญแจมือแน่น ตำรวจจึงคลายกุญแจให้ และอาศัยชุลมุนได้วิ่งหลบหนี โดย ร.ต.ต.มนตรีฯ วิ่งตามไปร.ต.อ.มนตรี สารพันธุ์ รอง สวป. ได้ย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ พบกับ พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ฝอยกลาง ผกก.สภ.หนองแสง รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าปฏิบัติหน้าที่ขับรถมาส่งผู้ต้องจาก สภ.หนองแสง มาที่ศาลจังหวัดอุดรธานี โดยนั่งอยู่ด้านหน้าคนเดียว ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวด้านหลัง 4 คน พอรถขึ้นมาบนถนนมิตรภาพไม่นาน ผู้ต้องหาเคาะกระจกเรียก หันไปดูก็เห็นควันไฟ จึงจอดรถริมถนน ออกมาเปิดประตูให้ ผู้ต้องหาที่หลบหนีให้คลายกุญแจมือให้ เห็นอีกทีก็วิ่งหนีเข้าไปในซอย จึงวิ่งตามไปจนถึงถนนไปบ้านตาด ตัดสินใจย้อนกลับมาดูผู้ต้องที่เหลือ ยังโชคดีที่มีตำรวจควบคุมตัวไว้แล้ว










จนกระทั่งเวลา 14.45 น. หรือผ่านไป 1 ชม. 15 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี และ ภ.จว.อุดรธานี นำโดย พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร เหล่ากำเนิดเพชร ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี สามารถติดตามจับกุมนายสมสมัยฯ ผู้ต้องหาที่หลบหนีได้ในท่อระบายน้ำ ในคลองน้ำหลังร้านทำป้ายโฆษณา ถนนบ้านคำกลิ่ง-บ้านตาด โดยผู้จ้องหาได้ถอดเสื้อแขนยาวสีแดงออก เหลือเสื้อสีน้ำเงินใส่ด้านใน โดยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผารถ ไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่มีไฟแช็ก ไม่รู้ไฟไหม้ได้อย่างไร ตัดสินใจหลบหนีเพราะได้โอกาส และคิดถึงภรรยาที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด






ผู้ต้องหาเผารถไปฝากขังหวังหลบหนีแต่ไม่รอด















พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังตรวจพื้นที่ตามปกติ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้รถควบคุมผู้ต้องหาของ สภ.หนองแสง ตนจึงรีบออกมาบัญชาการยังที่เกิดเหตุ เพราะว่าในรถคุมขังมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดมาด้วย 4 คน เบื้องต้นทราบจากผู้ต้องหา 3 คน ที่ไม่ได้หลบหนี ให้การว่าตัวนายสมสมัยฯ ที่หลบหนีมีไฟแช็กติดตัวมาด้วย และเป็นผู้จุดไฟเผา ซึ่งจากคำให้การนี้ทางตำรวจจะต้องตรวจพิสูจน์ต่อไปว่า สาเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร หลังจากนั้นเราได้ระดมกำลังตำรวจทุกชุด ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนี จนทราบว่าได้หลบหนีซ่อนตัวที่ป่าด้านหลังร้านทำป้าย จึงเข้าทำการจับกุม ควบคุมตัวไปสอบปากคำต่อไป หลังจากนั้นจะให้ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวน ตรวจสอบรถยนต์และสอบปากคำผู้ต้องหาต่อไป















"แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่มีไฟแช็กติดตัวมา แต่ข้อน่าสังเกตคือผู้ต้องหาอีก 3 คน ที่เป็นผู้ต้องหาคดีเสพ แต่คนที่หลบหนีเป็นคดีครอบครองยาบ้าและยาไอซ์เพื่อจำหน่าย และเคยถูกจำคุกข้อหาเสพมาก่อน ซึ่งภรรยากำลังจะผ่าตัด จะเป็นเหตุจูงใจหรือไม่ คงต้องรอให้มีการสอบปากคำก่อน และรอผลตรวจของตำรวจพิสูจน์หลักฐานอีกที ซี่งทางตำรวจได้แจ้งข้อหา หลบหนีจากการคุมขัง เพิ่มอีก ส่วนข้อหาอื่นรอผลสรุปอีกครั้ง"