จากการสอบสวนนายคมสันต์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นช่างซ่อมรถยนต์ ปี 2557 เคยถูกตำรวจหนองคายจับยาบ้า 360 เม็ด ติดคุก 6 ปี พ้นโทษออกมาวันที่ 16 กันยายน 2563 ส่วน น.ส.ยุพาฯ ซึ่งเคยถูกตำรวจหนองคายจับยาบ้า 54 เม็ด พ้นโทษออกมาวันที่ 2 ตุลาคม 2563 และมาพบรักกันขณะไปเที่ยวงานบุญที่บ้านเพื่อน จึงตกลงอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา และมาอาศัยอยู่บ้านพี่สาวตน ซึ่งพวกตนชอบเสพยาบ้าประจำ และเมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ พวกตนได้สั่งซื้อยาบ้าทางไลน์จากนายเอก ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง อายุประมาณ 35-40 ปี ซึ่งเป็นชาวไทย แต่หลบหนีการจับกุมข้อหาจำหน่ายยาบ้าไปอยู่ฝั่งลาว จำนวน 2,000 เม็ด ราคาเม็ดละ 50 บาท ซึ่งจะมีคนนำยาบ้ามาส่งให้ที่บ้าน
นายคมสันต์ ให้การต่อไปว่า ต่อมาได้มีนายเอ็ม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง อายุประมาณ 30 ปี ชาวบ้านดอนหมากผาง ต.บ้านขาว อ.เมืองอุดรธานี และนายโอ๋ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง อายุประมาณ 35-40 ปี ชาวบ้านนาคลอง ต.วัดธาตุ อ.เมือง จ.หนองคาย ได้นำยาบ้าที่ตนสั่งจากนายเอกมาส่ง พร้อมกับนำธนบัตรใส่ถุงมาฝากไว้ และสั่งว่าห้ามเปิดดู และห้ามนำธนบัตรมาใช้เด็ดขาด โดยบอกว่าจะมีผู้ชายมารับ ซึ่งจะติดต่อกลับมาหา โดยให้ยาบ้าเป็นค่าจ้างฝากธนบัตร ตนจึงนำธนบัตรขึ้นไปซุกซ่อนไว้บนฝ้าเพดานห้องนอน และนำยาบ้าไปเสพและขายเหลืออยู่ 406 เม็ด และรอโทรศัพท์ว่าจะมีคนมารับธนบัตร แต่ก็ไม่โทรมาหาและไม่มีใครมารับ จนกระทั่งตำรวจได้เข้าตรวจค้นและจับกุม จึงรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม