นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลใดถ้าประชาชนไม่ไว้างใจแล้ว รัฐบาลนั้นอยู่ยาก รวมทั้งหลักคิดที่สร้างแต่ความยุ่งยากให้ประชาชน เพื่อไม่ให้ไปคิดอย่างอื่น โดยปล่อยให้คิดให้ชุลมุนกับการหาโทรศัพท์ แล้วเข้าไปแย่งชิงโครงการคนละครึ่ง คือการทำให้ประชาชนมุ่งแต่การเอาตัวรอด ละเลยการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ซึ่งเป็นทฤษฎีการเมืองอย่างหนึ่ง
"วันๆหนึ่ง สมองประชาชนก็คิดแต่สิ่งเหล่านี้ จนไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่น ดังนั้นรัฐบาลพยายามทำเรื่องให้ยุงเข้าไว้ บ้านเมืองที่ผ่านมามักมีวิธีการแก้ปัญหาแบบนี้เช่นกัน จึงทำให้ประเทศพัฒนาไปไหนไม่ได้ แล้วประชาชนก็ไปไหนไม่ได้ อีกทั้ง เงินพันบาท มักให้ประชาชนชุลมุนวุ่นวายกับสิ่งนี้ แล้วรัฐบาลก็ลอยตัวไป เพราะประชาชนไม่มีเวลาไปตรวจสอบรัฐบาล ดังนั้น การบริหารประเทศแบบนี้อาจอยู่ได้นาน แต่เวลาจะไปจะใช้เวลาไม่นาน"
นายจตุพร เชื่อว่า ทั้งเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว และมาถึงการเยียวยา 1,000 บาทนั้น ทั้งหมดแสดงถึงการไม่มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง จนทำให้ประชาชนต้องดิ้นรนทุกอย่าง แล้วเช่นนี้จะมีพวกท่านไปทำไมกัน
อีกอย่าง ในสถานการณ์ขณะนี้ เป็นเส้นแบ่งบางๆ ถ้ารัฐบาลยังไม่รู้จักประชาชน แต่วันที่รัฐรู้จักประชาชน วันนั้นมันสายเกินไปแล้ว เพราะวันที่ประชาชนสำแดงพลังในฐานะเจ้าของประเทศ วันนั้นรัฐจะรู้ว่า ที่ผ่านมาไม่ควรทำอะไรกระทบกระเทือนความรู้สึกประชาชน
"ผมเคยบอกว่า คนไทยเป็นคนที่ตื่นยาก เมื่อตื่นแล้วก็จะเอาเรื่อง และกำลังเกิดขึ้นอีกไม่น่านี้ ผมภาวนาว่า ถ้าเอาเรื่องเสร็จแล้วขออย่าหลับต่อเหมือนในอดีตก็แล้วกัน ผมเชื่อว่า คนไทยเมื่อตื่นแล้วจะชนะทุกเหตุการณ์ และเชื่อว่าสถานการณ์นี้กำลังใกล้เข้ามา ถ้ารัฐบาลเพิกเฉยจะได้เจอกับประชาชนอย่างแน่นอน"