ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ แจงขอทบทวนประเด็นร้องเรียนเหตุผู้ปกครองนักเรียนคัดค้านการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนยอดแก่งสงเคราะห์กลับคืนตำแหน่ง ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส พร้อมชี้แจงตอบทุกคำถามทุกกรณี ย้ำอยากจะปฏิบัติหน้าที่ต่อ ส่วนจะให้ย้ายไปโรงเรียนไหนนั้นขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา

จากกรณีกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนชุมชนยอดแก่งสงเคราะห์ ต.นามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ รวมตัวถือป้ายประท้วงและคัดค้านคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนกลับคืนตำแหน่งเดิม เนื่องจากไม่สามารถชี้แจงการบริหารจัดซื้อชุดกีฬากับชาวบ้านได้ อ้างว่าเด็กนักเรียนได้รับอาหารกลางวันไม่เต็มร้อย พร้อมระบุร้องเรียนไปหน่วยงานบังคับบัญชาแล้วแค่ให้ออกจากพื้นเพียง 1 ปี แต่ล่าสุดกลับมีคำสั่งย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม แต่ชาวบ้านไม่ยอมรับ







ผอ.โรงเรียนยันบริหารงานโปร่งใสพร้อมตอบข้อสงสัยทุกกรณี








ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 มกราคม 2564 นายสุริยะ ใจวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ (สพป.) เขต 3 กล่าวว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าว ทราบว่าเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 แต่ตนเพิ่งย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ได้ประมาณ 3 เดือน และเพิ่งจะเห็นคำสั่งจากสำนักงานศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 ว่าให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าว ย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนเดิมได้ ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ 25 ม.ค.64 เวลา 15.00 น.หลังมีการชุมนุมคัดค้าน ตนได้เดินทางไปพูดคุยกับตัวแทนผู้ปกครอง คณะครู และตัวแทนนักเรียนแล้ว เกี่ยวกับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว 











นายสุริยะ กล่าวอีกว่า เท่าที่พูดคุยสำหรับความต้องการของผู้ปกครอง และตัวแทนนักเรียน ที่ไม่ยอมรับคำกับสั่งของสำนักงานศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ดังกล่าว ตนได้ทำความเข้าใจ และจะกลับไปดูข้อร้องเรียน พร้อมสอบถามผู้ปกครอง ครู นักเรียนอีกครั้งหนึ่ง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ทุกอย่างโดยเฉพาะการเรียนการสอน การมีส่วนร่วม สามารถเดินไปกันได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นจากการพูดกับผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว ยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนชุมชนยอดแก่งสงเคราะห์ต่อไป







ผอ.โรงเรียนยันบริหารงานโปร่งใสพร้อมตอบข้อสงสัยทุกกรณี








ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนยอดแก่งสงเคราะห์ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) เนื่องจากไม่ประสงค์ออกนาม ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เกี่ยวกับข้อร้องเรียน 5 ประเด็นนั้น ตนสามารถชี้แจงได้ โดยเคยชี้แจงกับผู้ปกครองบางส่วน แต่ในกลุ่มที่ออกมาร้องเรียนตนนั้น ไม่ได้มาร่วมฟังคำชี้แจงเลย ในส่วนการร้องเรียนประเด็นชุดกีฬาได้ไม่ครบ 2 ชุดนั้น ตนเคยแจ้งต่อผู้ปกครองนักเรียนแล้ว โดยได้จัดมอบชุดพลศึกษาและชุดปฏิบัติธรรมสีขาวแทนตามงบที่มีอย่างจำกัด ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่มารับฟังก็เข้าใจ ส่วนเรื่องงบประมาณอาหารกลางวันนั้น ยืนยันในความโปร่งใสของการใช้งบประมาณเต็มตามจำนวน 6,020 บาทต่อวัน โดยมีครูที่รับผิดชอบเป็นผู้ดำเนินการ










 

สำหรับประเด็นที่บอกว่าจัดการซื้ออาหารกลางวันจริงเพียงวันละ 4,200-4,300 บาทนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะรายการซื้ออาหารบางรายการ ได้ลงบิลรวมไว้บิลเดียว ส่วนบางรายการเป็นบิลปลีกย่อย ไม่ได้นำมารวมยอดกัน จึงเป็นช่องทางให้ผู้ร้องเรียน นำบิลบางส่วนมากล่าวหาว่าใช้งบประมาณไม่ครบเต็มจำนวน และสำหรับการเดินทางไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านในเวลาราชการรั้น เป็นการลาราชการไป เหมือนเราไปเดินสายทำบุญ ซึ่งครูและชาวบ้านบางคนที่ไป ก็ใช้เงินส่วนตัวคนละ 2,000 บาท ไม่ได้ใช้เงินของโรงเรียนเลย ส่วนเงินผ้าป่าเลี้ยงรุ่นที่นำมาพัฒนาโรงเรียนนั้น ผู้ที่ดูแลส่วนนี้เป็นของคณะกรรมการหมู่บ้านในการบริหารจัดการ ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรมาก ซึ่งผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการสถานศึกษาเข้าใจ






ผอ.โรงเรียนยันบริหารงานโปร่งใสพร้อมตอบข้อสงสัยทุกกรณี













อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ว่าผู้บังคับบัญชา จะมีคำสั่งให้ตนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนชุมชนยอดแก่งสงเคราะห์หรือโรงเรียนไหนนั้น ตนพร้อมน้อมรับคำสั่ง และยินดีจะชี้แจงรายละเอียดและตอบคำถามทุกข้อสงสัย เพราะตั้งใจจะพัฒนาโรงเรียน และยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนของนักเรียนทุกคน ตามวิชาชีพของความเป็นแม่พิมพ์ของชาติต่อไป