นายกรัฐมนตรี เชิญชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เชื่อว่าคุณงามความดีที่ทำไว้จะทำให้ท่านหายจากอาหารป่วยโดยเร็ว .

26 มกราคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความห่วงใยอาการป่วยของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ระบุว่า ได้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดมาทุกระยะ พร้อมได้มอบผู้แทนส่งดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผวจ.สมุทรสาครและครอบครัว และด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะผ่านวิกฤติจากการป่วยครั้งนี้ไปได้ ขณะนี้มีทีมแพทย์ที่เฝ้าดูแลอาการและรักษาอย่างสุดกำลัง จึงขอให้ทุกคนร่วมกันส่งกำลังใจให้ ผวจ.สมุทรสาคร ไปพร้อมกัน เชื่อว่าคุณงามความดีที่ ผวจ.สมุทรสาครได้ทำให้แก่ประชาชนและประเทศชาติมาตลอดการรับราชการ โดยเฉพาะช่วงการระบาดของโควิด -19 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ท่านก็เป็นบุคคลแรกที่เข้าไปดูแลและแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่างกล้าหาญ

"บิ๊กตู่" ขอคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้ "ผู้ว่าฯวีรศักดิ์"


นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนอย่าเชื่อข่าวจากแหล่งข่าวหรือข่าวที่ปล่อยออกมาโดยไม่มีที่มาและสร้างความสับสน ขอให้ติดตามจากการแถลงของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่เป็นเจ้าของไข้ และรักษาอยู่เท่านั้น
เช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้กำลังใจ นายวีระศักดิ์เช่นกัน พร้อมภาพถ่ายคู่กับนายวีระศักดิ์เมื่อครั้งนั่งประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยระบุข้อความว่า "พี่ปู พี่ต้องสู้ให้ชนะ ผมเป็นกำลังใจให้พี่ทุกๆวัน เราจะสู้ไปด้วยกันครับ #กำลังใจให้ผู้ว่าฯปู"

สำหรับอาการของนายวีระศักดิ์ ยังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดย ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้แถลงอาการเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 25 ม.ค. ว่า ทีมแพทย์จะดูดน้ำออกจากหลอดลมเพื่อนำมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง ขณะเดียวกันจะนำมาตรวจดูเซลล์ในหลอดลมประกอบการตัดสินใจใช้ยาบางตัวด้วย โดยต้องรอดูผลภายใน 72 ชั่วโมง หากได้ผลคาดว่าไม่กี่วันก็จะมีสัญญาณที่ดี พร้อมยืนยันว่า การเจาะคอเมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง ปากแผลก็จะปิด และกลับมาพูดได้เหมือนเดิม คนไข้ที่หนักๆ บางครั้งก็จำเป็นต้องทำ ขอประชาชนอย่ากังวล

"บิ๊กตู่" ขอคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้ "ผู้ว่าฯวีรศักดิ์"


"ในวันนี้จะดูดน้ำออกจากหลอดลมเพื่อไปตรวจหาเชื่อโควิดอีกครั้ง ซึ่งปกติจะเจอน้อยมาก แต่ดูเพื่อความชัดเจน นอกจากนี้จะดูเชลล์ที่หลอดลม ประกอบการตัดสินใจเพื่อ ให้ยาบางอย่างเพื่อลดการอักเสบของปอดควบคู่กับการให้ยาลดการเป็นพังผืด และดูผลการตอบสนอง ใน 72 ชม. ว่าระบบทุกอย่างจะดีขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พยายามชื้อเวลาเพื่อควบคุมการติดเชื้อ ในปอด ดังนั้น การเจาะคอคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ"  ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
ส่วนการพิจารณาปลูกถ่ายปอด ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะมีการปลูกถ่ายปอด แต่ประสบการณ์ทั่วโลกพูดถึงว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่มีการรายงานในวารสารการแพทย์ ว่าโดวิดทำลายเนื้อปอดจนไม่เหลือเนื้อปอดจนสามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง ต่างประเทศจึงมีการเปลี่ยนอวัยวะ โดยเอาปอดคนอื่นมาใส่ แต่ไม่ง่าย และโดยทั่วไปไม่ได้ทำ เพราะต้องการให้ใช้อวัยวะของตัวเองมากกว่า เพราะถ้าใช้ของคนอื่นต้องให้ยากดภูมิซึ่งต้องให้ไปตลอด และจะมีผลกระทบ
ที่ผ่านมาในประเทศไทยมีผู้ป่วยโควิดต้องเจาะคอเช่นเดียวกัน และมีบางคนต้องใช้ปอดเทียมเข้าช่วย ซึ่งมีทั้งรอดและเสียชีวิต แต่ในส่วนของผู้ว่าฯ ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้ปอดเทียม