ทางด้านนายระวี รองแก้ว เจ้าของสวนคุณวี ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของตนมีพื้นที่ปลูกประมาณ 30 ไร่ ขณะนี้มีผลผลิตออกมาวันละประมาณ 1,000 ผล แต่จำหน่ายได้ประมาณ 400-500 ผลเท่านั้น ทำให้เหลือสุกคาต้นและบางส่วนถูกขโมยไป ส่วนตลาดขณะนี้ได้นำส่งให้กับห้างค้าปลีกต่างๆ ในพื้นที่ และส่งพ่อค้าแม่ค้าผลไม้ ส่วนที่เหลือและผลสุกจะนำมาแปรรูปเป็นน้ำสับปะรดเพื่อจำหน่ายต่อไป ภาพรวมของกลุ่มสับปะรดภูเก็ตก่อนเกิดสถานการณ์โควิดเรามียอดจำหน่ายวันละประมาณ 1,000-3,000 ผล แต่ปัจจุบันเหลือวันละปราณ 300-400 ผล ยอดขายลดลงประมาณ 60-70% โดยเราพยายามเปิดตลาดออนไลน์เพื่อขายต่างจังหวัดแต่ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากค่าขนส่งค่อนข้างสูงมาก
ขณะที่นายชาลี สิตบุศย์ เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการส่งเสริมการปลูกสับปะรดภูเก็ต ว่า เนื่องจากสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น คือ ผลทรงกระบอกขนาดใหญ่ เนื้อสีเหลือสม่ำเสมอทั้งผล เยื่อใยน้อย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีแกนผลที่สามารถรับประทานได้ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ต หรือ GI สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เป็นการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดอีกทางหนึ่งด้วย ขณะเดียวกันทางสำนักงานได้เข้ามาช่วยส่งเสริมการจำหน่ายด้วยการจัดหาตลาดมารองรับในรูปแบบต่างๆ ทั้งการให้มีศูนย์กระจายผลผลิต, จัดหาลูกค้าประจำ, ร้านค้ารายย่อย, งานเทศกาล, การเปิดจุดจำหน่าย และตลาดห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งจะต้องเร่งกระจายผลผลิตออกไปในตลาดให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน และให้เกษตรสามารถยืนอยู่ได้