"วิรัช รัตนเศรษฐ" กร้าวไม่ให้ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายเพิ่ม ชี้มีหมัดเด็ดอะไรงัดมาเลยตั้งแต่ต้น ลั่นห้ามแตะสถาบันเบื้องสูง ย้ำไร้การประชุมลับ ใครพาดพิงกฎหมายข้อไหน ต้องรับผิดชอบเอง

26 มกราคม 2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ถึงกรอบวันเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยืนยันว่า จะไม่ให้ฝ่ายค้านขอเพิ่มเวลา เนื่องจากโปรแกรมตลอดเดือน ก.พ. เต็มแน่น อีกทั้ง จะมีเรื่องปิดท้ายรัฐธรรมนูญ วาระ 2-3 เข้าสู่การประชุมด้วย

ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านมีไฮไลท์อะไรก็ควรใส่มาตั้งแต่ต้นๆ และอยากให้อภิปรายจบเป็นรายบุคคล ไม่ควรย้อนกลับไปกลับมา หากเกินเวลาไม่ยอม หากจะเริ่มอภิปรายวันที่ 16-19 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 06.30-24.00 น. หรือเลยเวลาไปเป็น 01.00-02.00 น. และลงมติในวันที่ 20 ก.พ. รับได้

อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายค้านจะมาอ้างถึงการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา ที่ได้รับเวลาไป 26 ชม. แล้วไม่พอ จนทำให้การอภิปรายไม่ครบทุกคน รวมถึงไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ แล้วมาขอเพิ่มเนื่องจากผู้ถูกอภิปรายมีจำนวนมากนั้น ก็ถือเป็นเรื่องของฝ่ายค้านในการบริหารเวลา เพราะส่วนวิปรัฐบาล เมื่อครบเวลาก็คือครบ

นายวิรัช บอกต่อว่า จากการนั่งศึกษาญัตติของฝ่ายค้าน มีการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้พูดถึงเรื่องนี้โดยไม่จำเป็น เพราะเป็นจุดอ่อนของญัตติ อีกทั้ง ข้อบังคับการประชุมก็กำหนดไว้ชัด ดังนั้น ควรปรับแก้หรือตัดออกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ส่วนจะนำประเด็นบริษัท แอสตร้าเซเนก้า กับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ แล้วมาเชื่อมโยงถึงสถาบันฯ ก็คงไม่ยอม และต้องมีการทักท้วงในเรื่องนี้ และหากจำกันได้ในการอภิปรายปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงขบวนเสด็จฯ ก็ต้องตัดออก

ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันจะไม่มีการประชุมลับ ใครพาดพิงกฎหมายข้อไหน ก็ต้องรับผิดชอบเอง ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องเช็คเวลานี้ คือ ความพร้อมของส.ส.ที่มีอยู่เวลานี้ 487 คน ครึ่งหนึ่ง คือ 244 คน เวลาลงมติต้องเกิน 244 เป็นต้นไป ดังนั้น ส.ส.อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือเดินทางไปกลับพื้นที่ ต้องรีบทำหลักฐานให้ครบตามที่สภาฯ แจ้งไว้ก่อนหน้า ส่วนช่วงเปิดอภิปรายวัน 1-4 บางตาไปบ้างก็ไม่เป็นไร แต่วันที่ 20 ก.พ. ซึ่งเป็นวันลงมติต้องพร้อม และครบทุกคน