นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า เราใช้ข้อมูลหลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ใช่แค่การจัดซื้อวัคซีนทั่วไป เราต้องพิจารณาหลายส่วน ว่า มีแนวโน้มใช้การอย่างไร และมีแนวโน้มใช้ในไทยได้อย่างไร เราไม่ได้พิจารณาตามชื่อบริษัท อย่างกรณีของบริษัทแอสตราเซเนกา ไม่ได้จองซื้อทั่วไป แต่จองซื้อมีข้อตกลงในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้ประเทศไทยได้
ซึ่งการถ่ายทอดก็ต้องหาบริษัทที่จะมารับถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยต้องมีความพร้อมที่สุด มีความสามารถที่สุด ซึ่งบริษัทแอสตราเซเนกาได้ทบทวนบริษัทต่างๆในประเทศไทย ไม่ใช่แค่เจ้าเดียว โดยพบว่ามีเพียงสยามไบโอไซเอนซ์ที่มีศักยภาพในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบของ Viral vector vaccine ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ไม่ใช่จะเลือกบริษัทเอกชนรายใดมาทำก็ได้ แม้กระทั่งองค์การเภสัชกรรมของของ สธ.เอง ศักยภาพก็ยังไม่เพียงพอ เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ต้องมีความพร้อม คนที่จะมาสอนก็ต้องไม่เสียเวลามากเกินจนไปเพราะมีความเร่งด่วน
" แอสตราเซเนกาเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งเกิดจากเรามีเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กับเครือ SCG และเครือ SCG ก็ได้เจรจาดึงให้แอสตราเซเนกามาประเมินสยามไบโอไซเอนซ์ ขณะเดียวกันแอสตราเองก็มีนโยบายขยายฐานกำลังการผลิตไปทั่วโลก และต้องการกำลังการผลิตจำนวนมากระดับ 200 ล้านโดสต่อปีขึ้นไป หลังพิจารณาจึงเข้าได้กับหลักเกณฑ์ที่ต้องการ" นพ.นคร กล่าว