"กฎหมายไม่ได้บังคับอะไรที่เกินเลย หรือสร้างผลกระทบต่อการดำรงวิถีชีวิตอันดีของชุมชนเราเพียงป้องกันมิให้เกิดผลกระทบทางลบ เป้าหมาย คือ ความสมบูรณ์และความยั่งยืนของตัวทรัพยากรมิใช่การกีดกันและสร้างความขัดแย้ง เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เพียงแต่ขอให้ฉุกคิดว่าทรัพยากรทางทะเลเป็นสมบัติของชาติที่มีค่าการตรากฎหมายนี้ขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาให้คงอยู่กับเราอย่างสมบูรณ์และยังยืนตลอดไป" รมว.ทส.กล่าว
สำหรับที่มาและกระบวนการยกร่าง นายจตุพรบุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า ตนได้ริเริ่มให้สำรวจและศึกษาพื้นที่หมู่เกาะกระจังหวัดนครศรีธรรมราช และเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี โดยได้ยกร่างกฎกระทรวงพร้อมกำหนดมาตรการในการจัดการพื้นที่ทั้ง2 แห่ง พร้อมผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นอกจากนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวได้ถูกเสนอผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติเรียบร้อยแล้วแสดงให้เห็นว่ากฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ได้ผ่านกระบวนการคิดและกลั่นกรองและยอมรับจากประชาชนตลอดจนนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิมาอย่างรอบคอบแล้ว ตนเชื่อมั่นว่า เมื่อกฎกระทรวงทั้ง2 ฉบับ ได้ประกาศบังคับใช้ เราจะสามารถรักษาทรัพยากรทางทะเล รวมถึง รักษาสมดุลของระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืนซึ่งตนจะเร่งรัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ติดตามและดำเนินการตามกระบวนการประกาศเป็นกรณีเร่งด่วนต่อไป